ตัวรวบรวมแหล่งข่าว

เทคนิคการจัดโต๊ะทำงานวินเทจและห้องทำงาน ให้นั่งสบายลุยได้ตลอดวัน

บ้านสวนพอเพียง - 23 กรกฎาคม, 2021 - 15:06
หมวดหมู่ของบล็อก: อื่นๆKeywords: โต๊ะทำงานวินเทจ

 

การทำงานออกมาให้มีประสิทธิภาพนั้น บรรยากาศสภาพแวดล้อมโดยรอบก็มีส่วนสำคัญด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้โต๊ะทำงานวินเทจ, เก้าอี้สำนักงาน หรือเฟอร์นิเจอร์ตัวอื่น ๆ และของตกแต่งห้องทำงานเหล่านี้นี่แหละ ที่จะเปลี่ยนห้องทำงานให้กลายเป็นพื้นที่ปลุกไอเดียสร้างสรรค์ผลงาน ! แล้วยิ่งไปกว่านั้น...วันนี้เรามีเทคนิคดี ๆ สำหรับจัดห้องทำงานให้เหมาะกับการทำงานมาฝาก ซึ่งจะมีอะไรที่น่าสนใจบ้าง เราไปดูกันเลย !

 

  • เพิ่มความสว่างให้กับห้อง

           แสงสว่าง ก็มีส่วนสำคัญต่อมู้ดแอนด์โทนของห้องทำงาน โดยหากรู้สึกว่าห้องมืดเกินไป คุณเสริมด้วยเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเล็กอย่าง โคมไฟตั้งโต๊ะทำงาน หรือโคมไฟตั้งพื้น ทั้งนี้เพื่อให้มีแสงสว่างเพียงพอ แถมยังใช้เป็นของตกแต่งโต๊ะทำงานที่บ้านได้อีกด้วย นอกจากนี้คุณควรเลือกแสงที่ไม่แรงจนเกินไป มองแล้วสบายตา จะช่วยให้บรรยากาศภายในห้องทำงานลงตัวมากขึ้น

 

  • ปรับระดับโต๊ะและเก้าอี้ ป้องกัน “ออฟฟิศซินโดรม”

           โรคที่วัยทำงานมักจะประสบพบเจอกันบ่อยที่สุดนั่นคือ ‘ออฟฟิศซินโดรม’ โดยสาเหตุมาจากพฤติกรรมการทำงานในท่วงท่าที่ไม่เหมาะกับสรีระร่างกาย เช่น ท่านั่ง ท่านอน การก้มหรือเงยหน้า เป็นเวลานาน ๆ  แล้วยังรวมไปถึงการปรับระดับความสูงของโต๊ะทำงานสวย ๆ และเก้าอี้สำนักงาน นั่งสบายที่ไม่พอดีกัน พฤติกรรมเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อสุขภาพของคุณทั้งสิ้น

           ซึ่งวิธีป้องกันโรคออฟฟิศซินโดรมนั้นง่ายนิดเดียว เพียงคุณปรับระดับความสูงของโต๊ะและเก้าอี้ทำงานให้ได้ระยะพอดีกับงานตรงหน้า รวมถึงจัดท่านั่งให้เหมาะสม เท่านี้อาการปวดเมื่อยก็จะไม่มาตามรังควานคุณอีกเลย

 

  • ทำความสะอาดแหล่งสะสมของฝุ่นละอองภายในห้องทำงาน

           บริเวณด้านหลังตู้เก็บของและชั้นวางหนังสือวินเทจมักเป็นแหล่งสะสมฝุ่นชั้นดี ซึ่งอาจเป็นเพราะเราวางชิดขอบผนังมากเกินไป ทำให้ไม่สามารถทำความสะอาดได้อย่างทั่วถึง จะดันออกมาก็ขี้เกียจ ดังนั้น คุณควรตั้งเฟอร์นิเจอร์เหล่านี้โดยกำหนดระยะห่างให้มีช่องว่างพอดี สามารถสอดไม้กวาดหรือไม่ปัดฝุ่นเข้าไปทำความสะอาดได้สะดวก

 

 

  • เพิ่มความเป็นธรรมชาติให้กับห้องทำงาน

           ทำงานมาทั้งวันสายตาคงอ่อนล้าลงเป็นธรรมดา เมื่อรู้สึกเช่นนี้ให้พักสายตาโดยการหลับตา หรือมองดูอะไรที่เป็นสีเขียวเพื่อผ่อนคลาย ซึ่ง ‘สีเขียว’ ที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้นั่นคือ กระถางต้นไม้เล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะทำงานไม้ ตรงระเบียง ข้างเก้าอี้ทำงาน ไม่ก็มุมใดมุมหนึ่งของห้อง โดยนับเป็นจุดพักสายตาที่มองไปมองมาก็เพลินดีเหมือนกัน แถมยังเพิ่มปริมาณออกซิเจนภายในห้องทำงาน ช่วยให้คุณเกิดไอเดียใหม่ ๆ ได้อีกด้วย

 

           และนี่คือ เทคนิคการจัดห้องทำงานที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ ซึ่งในบางข้อก็ไม่เชิงเป็นการจัดห้องซะทีเดียว อาจเป็นการเพิ่มเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งชิ้นเล็กชิ้นน้อยบนโต๊ะทำงานวินเทจ รวมถึงการทำความสะอาดด้วยเช่นกัน แต่ทั้งนี้ก็เพื่อสร้างบรรยากาศให้เหมาะสำหรับการนั่งทำงานสบาย ๆ เป็นเวลานาน ๆ มากที่สุดนั่นเอง   

 

ห้อง เย็น ราคาดี VS. ตู้เย็น ต่างกันอย่างไร ?

บ้านสวนพอเพียง - 14 กรกฎาคม, 2021 - 13:44
หมวดหมู่ของบล็อก: อื่นๆKeywords: ห้อง เย็น ราคา

(เครดิต)

 

สำหรับธุรกิจสายงานอุตสาหกรรมการผลิตและเก็บรักษาอาหาร การมีห้อง เย็น ราคาคุ้มค่ากับต้นทุนที่เสียไปและใช้งานได้เป็นอย่างดี ถือเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ เนื่องจากเราต้องการคงความสดใหม่ของวัตถุดิบหรืออาหารให้นานที่สุดก่อนจำหน่ายให้ลูกค้าต่อไป ว่าแต่ ‘ตู้เย็น’ ก็มีคุณสมบัติใช้งานเช่นเดียวกับห้อง เย็น สำเร็จรูปและห้องเย็นแบบฝัง ทำไมผู้ประกอบการถึงไม่เลือกใช้กัน ? หรือนั่นเป็นเพราะความแตกต่างของพื้นที่จัดเก็บเพียงเท่านั้น ? ซึ่งในวันนี้เราจะมาหาคำตอบเรื่องนี้กัน ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลย

 

รู้จักห้อง เย็น ราคาดี (Cold Room)

ห้องเย็น คือ ห้องที่มีระบบปรับอากาศเพื่อให้อุณหภูมิภายในห้องเหมาะสมกับวัตถุดิบหรืออาหารประเภทนั้น ๆ โดยมีจุดประสงค์ในการเก็บรักษาและป้องกันไม่ให้เกิดการเน่าเสียก่อนถึงมือผู้บริโภค

ซึ่งในวงการอุตสาหกรรมอาหาร ความสดใหม่กับความสะอาดของอาหาร ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด อาหารจะอร่อยได้ก็มาจากตัววัตถุดิบที่สดใหม่นี่แหละ ฉะนั้น ไม่ว่าเราจะมีห้อง เย็น สำเร็จรูปเคลื่อนที่ได้ หรือห้อง เย็น ราคาดีแบบฝัง ก็ต้องคำนึงถึงอุณหภูมิที่เหมาะสมกับประเภทอาหารเข้าไว้ ทั้งนี้เพื่อส่งมอบอาหารที่เปี่ยมด้วยคุณค่าทางโภชนาการและความอร่อยแก่ผู้บริโภคต่อไป

 

ทำไมไม่ใช้ ‘ตู้เย็น’ แทนห้อง เย็น ราคาสูง ?

ใครที่ชอบทำอาหารกินเองที่บ้าน จะต้องเคยประสบพบเจอกันปัญหา เนื้อสัตว์ในตู้เย็นให้สัมผัสที่เปื่อยยุ่ยและไม่สดทั้งที่เพิ่งซื้อมาเมื่อวานซืน แถมเมื่อซื้อเสร็จหลังกลับถึงบ้านก็รีบนำมาใส่ตู้เย็นในทันที ซึ่งสาเหตุนั้นมาจากระบบการทำงานของตู้เย็นที่จะค่อย ๆ แช่เย็นเนื้อสัตว์ ส่งผลให้โมเลกุลน้ำภายในเนื้อ จับตัวแข็งเป็นผลึกมีลักษณะแหลมคมอย่างช้า ๆ พร้อมทิ่มแทงทำความเสียหายต่อเนื้อขณะแช่เย็น 

แต่สำหรับห้อง เย็น ราคาดี ที่ใช้ต้นทุนสูงกว่าตู้เย็น มาพร้อมกับคุณภาพการใช้งานแบบเทียบกันไม่ติด เพราะเมื่อเรานำเนื้อสัตว์ไว้ในห้อง เย็น สำเร็จรูปหรือแบบฝังที่อุณหภูมิ -18 องศา เนื้อสัตว์จะเย็นไปถึงแกนกลางและรวดเร็วแบบสุด ๆ การแช่เย็นแบบนี้เรียกว่า Individual Quick Freezing (IQF) ด้วยการแช่แข็งที่รวดเร็ว น้ำจะยังอยู่ในรูปทรงกลมไม่เป็นหยดแหลม หมดห่วงเรื่องเนื้อเปื่อยยุ่ยจากการทิ่มแทง คงไว้ซึ่งคุณค่าและรสชาติของอาหารได้อย่างครบถ้วน

 

ลักษณะการแช่อาหารในห้อง เย็น ราคาดี

  • แช่อาหารในอุณหภูมิสูงกว่าจุดเยือกแข็ง : แช่อาหารในอุณหภูมิประมาณ 0-5 องศา เพื่อหยุดการเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ในอาหาร แต่ไม่ทำลาย เพียงช่วยชะลอการเน่าเสียของอาหารเท่านั้น

  • แช่อาหารในอุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง : แช่อาหารในอุณหภูมิต่ำกว่า 0 องศา เพื่อถนอมอาหารในระยะยาว คงไว้ซึ่งรสชาติ สี ผิวสัมผัส และคุณค่าทางโภชนาการได้ดีกว่าการแช่ในอุณหภูมิสูงกว่าจุดเยือกแข็ง

 

บทสรุป

ความแตกต่างระหว่างห้อง เย็น ราคาดี กับ ตู้เย็น นอกจากเรื่องพื้นที่จัดเก็บที่ห้องเย็นมีมากกว่าแล้ว หากเราจัดเก็บอาหารในห้องเย็นจะทำให้อาหารแข็งตัวเร็ว เนื้อไม่เปื่อยยุ่ยจากหยดน้ำปลายแหลมทิ่มแทง ช่วยรักษารสชาติ สีสัน และคุณค่าของอาหารได้ดีกว่าตู้เย็นที่ให้ผลลัพธ์ในทางตรงกันข้าม ดังนั้น สำหรับผู้ประกอบการแล้ว การมีห้อง เย็น ราคาดีคุ้มค่ากับการลงทุนนี่แหละ ตอบโจทย์ธุรกิจที่สุด !!   

 

เพราะการจดทะเบียนสิทธิบัตรคือสิ่งที่คนทำธุรกิจอาจมองข้ามได้

บ้านสวนพอเพียง - 13 กรกฎาคม, 2021 - 21:41
หมวดหมู่ของบล็อก: อื่นๆ

เราอาจจะมองข้ามเรื่องสำคัญบางอย่างตอนที่เราเริ่มทำธุรกิจ เพราะมัวแต่วางแผนเรื่องการขายและการทำการตลาดว่าจะทำอย่างไรถึงจะได้กำไรและลดต้นทุน แน่นอนว่าสิ่งที่กล่าวข้างต้นนั้นถือเป็นเรื่องที่สำคัญในอันดับต้นๆ แต่ถ้าหากเรามองลงรายละเอียดที่ลึกขึ้นอย่างการการจดทะเบียนสิทธิบัตร ซึ่งควรมีที่ปรึกษาที่ดีอย่างบริษัทที่รับดำเนินการในเรื่องนี้ ซึ่งเราอาจจะลังเลและไม่แน่ใจว่า บริษัทและธุรกิจประเภทใดควรจะดำเนินการในเรื่องนี้ การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายในเรื่องนี้เป็นสิ่งจำเป็น

เมื่อปัญหาในเรื่องดังกล่าวได้ดำเนินการอย่างราบรื่นดีแล้ว เราก็สามารถมาโฟกัสในการทำการตลาดและวางแผนในเรื่องการค้าขายและการทำธุรกิจของเราได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้เราควรที่จะตรวจสอบสภาพจิตใจ สุขภาพจิตของเราด้วย เพราะการทำธุรกิจในช่วงที่เศรษฐกิจมีวิกฤตโรคระบาด อาจสร้างปัญหามากมายทำให้เรามีความเครียดสูงและเกิดความกังวล ซึ่งเราไม่ควรละเลยในสิ่งนี้เด็ดขาด เพราะอาจเป็นปัญหาที่ส่งผลต่อสุขภาพร่างกายในทางที่ร้ายแรงได้ ยิ่งไปกว่านั้นการสร้างทัศนคติที่ดีแนวทางในการพัฒนาตนเองที่ทางเราได้นำมาจากเว็บไซต์ joemuan กล่าวไว้ว่า เราควรรักษาสุขภาพอยู่เสมอ เพราะหากเราประสบความสำเร็จด้านการทำงานช่วงขณะหนึ่ง อาจจะด้วยความทุ่มเทจนไม่มีเวลาดูแลสุขภาพตนเอง ทำให้สุขภาพอ่อนแอ และเจ็บป่วย แม้ประสบความสำเร็จจนมีเงินมากมาย แต่หากร่างกายอ่อนแอ เจ็บป่วยหรือกระทั่งเกิดความเครียดอยู่ตลอดเวลา ย่อมเป็นอุปสรรคในการพัฒนาตนเองให้ก้าวหน้าอย่างแน่นอน ดังนั้นสิ่งที่ควรทำก็คือการแบ่งเวลาสำหรับสุขภาพ เช่น การออกกำลังกาย การพักผ่อนให้เพียงพอ การตรวจสุขภาพประจำปี เป็นต้น สร้างเป้าหมายให้ชัดเจน ผู้ประสบความสำเร็จทุกคนล้วนมีเป้าหมายที่ชัดเจนเพื่อเป็นแรงผลักดันทำให้พร้อมหาหนทางที่จะไปสู่เป้าหมาย การสร้างเป้าหมายให้ชัดเจนทำให้ผู้ที่มีความต้องการพัฒนาตนเองจะไม่ปล่อยตัวเองไปตามโชคชะตา แต่เลือกที่จะหาหนทางไปสู่เป้าหมายด้วยความกระตือรือร้น ดังนั้นหากคุณเป็นผู้หนึ่งที่มีความต้องการพัฒนาตนเองให้ก้าวหน้าในการทำงานด้านใด ค้นหาตัวตนให้เจอ เพื่อให้เป้าหมายจะเป็นธงในการเดินทางต่อไป กล้าที่จะล้มเหลว นิสัยหนึ่งที่ผู้ที่ต้องการพัฒนาตนเองให้มีความก้าวหน้าควรฝึกไว้ คือ ความกล้าที่จะล้มเหลว เพราะหากคุณกล้าที่จะล้มเหลวแสดงว่าคุณกล้าที่จะลงมือทำในสิ่งที่คุณต้องการ โปรดจำไว้ว่า ความกล้าในวันนี้ ไม่ว่าจะทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ประสบความสำเร็จหรือไม่ ล้วนแล้วแต่เป็นบททดสอบ เป็นบทเรียนที่ทำให้คุณเกิดความเข้มแข็งได้

 

 

การจดลิขสิทธิ์เพื่อเริ่มธุรกิจและการค้าขายอย่างมีมาตรฐาน

บ้านสวนพอเพียง - 13 กรกฎาคม, 2021 - 21:40
หมวดหมู่ของบล็อก: อื่นๆ

ก่อนที่เราจะเริ่มทำธุรกิจการค้าขายต่างๆ เราอาจจะคิดถึงกลยุทธ์การตลาดต่างๆที่เราจะเพิ่มเข้าไปในการขายของเราให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งการทำประชาสัมพันธ์ พีอาร์ และการทำการตลาดมักทำร่วมกันไป รวมไปถึงการดำเนินในเรื่องการตลาดออนไลน์ การทำการตลาดดิจิตอล เพื่อหากลุ่มลูกค้าที่กว้างขวางมากขึ้นและหลากหลายขึ้น หากเรามีสินค้าที่เราคิดค้นเองและเราต้องการดำเนินเรื่องทางการกฎหมายให้ถูกต้องในเรื่องการจดลิขสิทธิ์ ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ เพราะหากมีใครมาปลอมแปลงสิ่งของของเรา เราสามารถดำเนินการทางกฎหมายได้ เพราะเป็นการละเมิดทางกฎหมายและลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญา ทางสากลถือว่าเป็นการละเมิดทางด้านความคิดสร้างสรรค์ที่เราจะเห็นตัวอย่างได้ชัดเจน เวลาที่ดารานักร้องต่างประเทศถูกละเมิดเพลงของเขาเอง ทางต้นสังกัดก็จะดำเนินทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด

นอกจากนี้ หากเราอยากจะต่อยอดในเรื่องของการทำอัตลักษณ์ของบริษัท และแบรนด์อิมเมจ ภาพลักษณ์ของสินค้า ซึ่งสามารถสร้างสตอรี่เรื่องราวที่สร้างความจดจำให้กับลูกค้า และจะส่งผลในระยะยาวได้อีกด้วย ภาพจำของสินค้าจะส่งผลต่อบริษัท เฉกเช่น สินค้าและแบรนด์ดังๆที่มีมาแล้วหลายสิบปี สิ่งนี้ต้องใช้ระยะเวลา และการทำแผนการตลาดระยะยาวเป็นสิ่งสำคัญ รวมไปถึงการแก้ไขปัญหาต่างๆนั้นก็ต้องทำอย่างรวมเร็ว ยิ่งไปกว่านั้นการสร้างแนวคิดในการพัฒนาตนเองเป็นสิ่งจำเป็น เพราะการพัฒนาตนเองจะทำให้เรารู้จักปรับตัวของเราและธุรกิจของเราให้ทันโลกและทันยุคใหม่ ซึ่งเราได้บทความที่น่าสนใจจากเว็บไซต์ joemuang ได้แชร์ไว้ว่า อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญที่จะทำให้แต่ละคนมีความก้าวหน้าในการทำงานนั้น แน่นอนว่า การพัฒนาตนเองจะเป็นทางหนึ่งที่ทำให้ตัวเองสามารถเดินต่อในเส้นทางการทำงานได้อย่างเชี่ยวชาญ มีผลต่อความก้าวหน้าที่จะเกิดขึ้นต่อไป การพัฒนาตนเองโดยการอ่านหนังสือให้มาก ๆ จะเป็นหนทางหนึ่งที่ทำให้คุณฉลาดขึ้น เพราะข้อมูลในหนังสือที่มีประโยชน์จะทำให้คุณได้รับทั้งความรู้ ข้อมูล ข่าวสารใหม่ ๆ ซึ่งประเภทหนังสือที่มีเนื้อหาที่ดีจะช่วยทำให้คุณมีข้อมูลประกอบการคิดและตัดสินใจมากขึ้น การเข้าร้านหนังสือหรือแหล่งที่มีหนังสืออย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้งจะช่วยทำให้คุณได้รับความรู้อย่างสม่ำเสมอ ฝึกนิสัยอ่านหนังสือให้มาก คุณจะพัฒนาตนเองได้อย่างไม่รู้ตัว รู้จักการบริหารเวลา บุคคลที่ประสบความสำเร็จในโลกนี้ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่รู้คุณค่าของเวลา และรู้จักการบริหารเวลา เพื่อให้เวลาสร้างความสมดุลให้กับชีวิตในแบบที่ต้องการ การรู้จักจัดสรรเวลาและเรียนรู้การบริหารเวลาจะเป็นทางหนึ่งที่ทำให้คุณสามารถพัฒนาตนเองให้มากกว่าเดิมได้ ส่งผลให้เกิดความก้าวหน้าทั้งในการทำงานรวมถึงความสมดุลในชีวิตด้านอื่น ๆ

 

 

รายละเอียดของข้อกฎหมายที่คนเริ่มทำธุรกิจควรศึกษา

บ้านสวนพอเพียง - 12 กรกฎาคม, 2021 - 21:35
หมวดหมู่ของบล็อก: อื่นๆ

อย่าให้ความกลัวมาจำกัดความฝันของเราในการจะเป็นเจ้าของธุรกิจ คนเราอาจจะมีต้นทุนที่แตกต่างกัน แต่ความพยายามและความสามารถในการศึกษาหาความรู้ด้านกฎหมายของนักธุรกิจรุ่นใหม่ๆนั้น ต่างก็ถือว่าอาจเป็นจุดเปลี่ยนในการทำธุรกิจได้ ยิ่งเรารู้ข้อกฎหมายมากเท่าใด เราก็จะเริ่มต้นดำเนินทางธุรกิจได้อย่างราบรื่นและมีความถูกต้องมากขึ้น สิ่งนี้อาจจะเป็นข้อได้เปรียบอีกด้วย เพราะความรู้ในเรื่องกฎหมายนั้นสามารถทำให้เรารู้จักวางแผนการทำงานอย่างมีระบบระเบียบมากขึ้น

เมื่อเกิดการติดขัดในการทำธุรกิจ อาจจะสร้างความเครียดและทำให้เรารู้สึกผิดหวังได้ ในสภาะความตึงเครียดรวมไปถึงวิกฤติเศรษฐกิจต่างๆ อาจนำไปสู่การเป็นโรคซึมเศร้าตามมาได้ การมีที่ปรึกษาในเรื่องการทำธุรกิจทั้งในเรื่อง IP Services และกฎหมายถือว่าเป็นตัวช่วยที่ดี รวมไปถึงการเข้าพบจิตแพทย์เพื่อดูแลสภาพจิตใจ สุขภาพจิตก็ถือว่าเป็นการรักษาและป้องกันตัวเอง และถ้าเราอยากมีแนวทางในการดำเนินธุรกิจอย่างประสบความสำเร็จพร้อมกับการมีทัศนคติที่ดี ทางเว็บไซต์มันนี่ฮับได้แชร์บทความอย่างน่าสนใจไว้ว่า ต้องเรียนรู้และปรับปรุงธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ในการดำเนินธุรกิจจำเป็นอย่างมากที่จะต้องเรียนรู้และปรับปรุงอยู่เสมอ เพราะหากไม่ทำ ก็เท่ากับว่า ธุรกิจนั้นเตรียมตัวที่จะต้องเจอกับการขาดทุน ล้มละลาย และหายไปอย่างช้าๆแน่นอน อย่ากลัวว่าจะล้มเหลว ในการทำธุรกิจอย่าได้กลัวความล้มเหลว เพราะความล้มเหลวไม่ใช่ความโชคร้ายเสมอไป แต่เป็นโอกาสที่จะทำให้เราได้เรียนรู้ เมื่อเราทำดีที่สุดแล้วก็ไม่ได้หมายความว่าจะสำเร็จเสมอ จงนำเอาความล้มเหลวนี้มาเป็นประสบการณ์ และแก้ไขให้ดีขึ้นในอนาคตจะดีกว่า เชื่อเถอะทุกอย่างย่อมเป็นเหตุเป็นผล ผู้ที่ประสบความสำเร็จหลายคนล้วนเคยล้มเหลวมาแล้วทั้งนั้น ฟื้นตัวให้เร็วหากผิดพลาด หากธุรกิจต้องพบกับคำว่า “ล้มเหลว” อย่ามัวแต่เสียใจ โทษตัวเอง หรือจมปลักอยู่กับที่ ควรคิดในแง่ดีและนำความผิดพลาดนั้นมาวิเคราะห์และเรียนรู้ เพื่อที่จะพัฒนาบริษัทต่อไปจะดีกว่า ที่สำคัญจงจำเอาไว้ว่าอดีตแก้ไขไม่ได้ จงทำอนาคตและปัจจุบันให้ดีที่สุด มีความเชื่อมั่น จงเชื่อเถอะว่าบริษัทจะสำเร็จได้เราเองต้องมีความเชื่อมั่นและคิดบวกมาก่อน ซึ่งความเชื่อมั่นนี้จะส่งผลไปถึงผู้ร่วมงานได้อีกด้วย ดังนั้นไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม ควรจะมีความเชื่อมั่นเสมอ แล้วความสำเร็จจะอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม อย่ามั่นใจจนไม่ฟังใคร ความมั่นใจในการทำธุรกิจเป็นสิ่งดีแต่อย่าทำตัวมั่นใจเกินไปจนไม่ฟังใครท้วงติงอะไรเลย ทางที่ดีควรที่จะฟังความคิดจากทุกคนเพื่อจะได้นำมาพัฒนาตัวเองและบริษัท ตัดสินใจให้เร็วอย่ามัวช้าเพื่อโอกาสที่ดี หากมีสิ่งดีๆที่จะทำให้ธุรกิจของเราพัฒนาไปได้ อย่าผัดวันประกันพรุ่งรอที่จะทำเด็ดขาด การรอไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นมาเลย สิ่งที่สำคัญที่สุดในบริษัทก็คือตัวเราเอง ไม่ว่าในบริษัทจะมีพนักงานนับร้อยคนหรือเครื่องจักรราคาแพงเท่าใด แต่คนที่สำคัญที่สุดก็คือตัวเราเองดังนั้นพยายามดูแลรักษาสุขภาพของตัวเองให้ดีที่สุด เพื่อจะได้เห็นพัฒนาการและความสำเร็จของบริษัทไปนานๆ



ความรอบครอบในการทำธุรกิจต้องมาพร้อมกับความแม่นยำทางกฎหมาย

บ้านสวนพอเพียง - 12 กรกฎาคม, 2021 - 21:33
หมวดหมู่ของบล็อก: อื่นๆ

การทำธุรกิจและการค้าต่างๆ หลายคนอาจจะเริ่มดำเนินการโดยคำนึงถึงทุนและกำไรเป็นหลัก รวมไปถึงการมองหาหน้าร้านหรือแหล่งที่กระจายสินค้าหรือจำหน่ายสินค้าได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งแน่นอนว่าธุรกิจนั้นมีหลากหลาย ถ้าเป็นในเรื่องการค้าขาย ทำเลที่ตั้ง การลงทุนและรายรับจากกำไรต้องมีความสำคัญมาเป็นอันดับต้นๆอยู่แล้ว แต่ก็มีธุรกิจอย่างอื่นที่เป็นประเภทงานบริการ หรืออุตสาหกรรมประเภทอื่นที่เจ้าของธุรกิจอาจจะเริ่มศึกษาและทำความเข้าใจในเรื่องของทางกฎหมายต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจ อย่าง IP law firm Thailand ทั้งภายในและต่างประเทศ ซึ่งการมีที่ปรึกษาที่ดีนั้น จะช่วยให้เราดำเนินการได้อย่างถูกต้องและตรงตามกระบวนการ

แน่นอนว่าการทำธุรกิจไม่ว่าจะขนาดเล็กหรือใหญ่ หรือจะเป็น Start-up, SMEs ต่างก็ต้องมีการดำเนินการทางกฎหมายที่ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นการจดทะเบียนต่างๆที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงการดำเนินในเรื่องทางกฎหมายอื่นๆ เพราะถ้าหากเกิดปัญหาใดๆขึ้นมา เราจะได้หลักฐานในการดำเนินคดี และยังปกป้องในเรื่องของการละเมิดลิขสิทธิ์ การจดทะเบียนการค้า และอื่นๆได้อีกด้วย เมื่อเรามีใจรักในการทำธุรกิจและอยากจะทำให้ธุรกิจของเราผ่านวิกฤติและปัญหาต่างๆ เราควรเชื่อมั่นและมั่นใจในความสามารถของตนเองและจะต้องมีแนวคิดที่ดีในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งทางเว็บไซต์มันนี่ฮับได้แชร์ไว้ว่า รักในธุรกิจของตัวเอง เพราะธุรกิจนี้เราสร้างมากับมือ ความสำเร็จคือสิ่งที่เราต้องการดังนั้นจะทำเป็นเล่น ไม่จริงจัง ขอไปที ไม่ได้ และตรงกันข้ามเราต้องทำงานด้วยความรัก ความสนุก ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้เราไม่ท้อ สามารถผ่านจุดที่ยากลำบากไปได้อย่างง่ายดาย ซึ่งความรู้สึกชอบนี้จะสอนกันไม่ได้ มันต้องเกิดมาจากจิตใต้สำนึกของเราเอง ถ้าไม่รู้จะเริ่มจากอะไร ลองคิดถึงที่มาของการทำธุรกิจนี้ และเมื่อสำเร็จแล้วมันจะได้ผลตอบรับอะไรกลับไป เช่น ทำธุรกิจเพื่อให้ครอบครัวมีเงินมีทองใช้ไม่ขาดมือและถ้าทำสำเร็จ ทุกคนในครอบครัวก็จะสบายเป็นต้น ต้องหาคำนิยามของธุรกิจตัวเองให้ได้ ลองตั้งคำถามให้กับธุรกิจของเราเองว่า ธุรกิจเราคืออะไร ? ขายเสื้อผ้า หรือ ขายดีไซด์ ? ขายขนมหม้อแกง หรือ ขายวัฒนธรรมไทย ? ขายความสวยหรือขายความรวย? และของเราล่ะ คำนิยามสั้น ๆ ของธุรกิจเราคืออะไร หากเรารู้มันก็จะเป็นตัวบอกทิศทางให้เราตระหนักได้ว่าควรจะเดินไปทางไหน เพื่อสื่อสารให้ลูกค้ารู้ว่าเรากำลังขายอะไร อีกทั้งยังง่ายในการกำหนดกลุ่มลูกค้าด้วย ต้องรู้จักกลุ่มลูกค้า การทำธุรกิจที่ดีเราต้องรู้ว่ากลุ่มลูกค้าของเราคือใคร กลุ่มไหน และที่สำคัญกว่านั้นก็คือ การมองพวกเขาเป็น “เพื่อนสนิท” ที่รู้ใจเขาไปหมด เมื่อเขาเห็นสินค้าของเราแล้วเขาอยากได้ รู้สึกว่ามันมีค่าสมควรแก่ราคา และเมื่อเขาถูกใจการซื้อซ้ำก็จะตามมา และธุรกิจของเราก็จะไปรอด ธุรกิจต้องนำเสนอ “คุณค่า” ไม่ใช่ “ราคา” เมื่อเรารู้ว่ากลุ่มลูกค้าของเราคือใคร และสินค้าหรือบริการของเราเข้าไปตอบโจทย์ชีวิตเขาได้อย่างไรแล้ว คราวนี้ให้เราคิดว่าเราควรจะมอบ “คุณค่า” อะไรให้กับเขา ซึ่งหลายๆคนมองข้ามไปเพราะไปคิดถึงแต่เรื่อง “ราคา” อย่างเดียว แบบนี้อาจไม่ตรงใจลูกค้ามากนัก เพราะคุณค่าต่างหาก ที่จะทำให้ลูกค้าเชื่อใจและไว้ใจสินค้าของ



ริมฝีปากชุ่มชื่นเรียบเนียนด้วยลิปสติกที่มีคุณภาพปลอดภัย

บ้านสวนพอเพียง - 5 กรกฎาคม, 2021 - 17:56
หมวดหมู่ของบล็อก: อื่นๆ

ในยุคสมัยที่ความสวยบนใบหน้า ทุกสิ่งทุกอย่างบนใบหน้า ต่างก็ต้องได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง ไม่ใช่แค่หน้าเรียบเนียน กระจ่างใสเท่านั้น แต่ผิวที่ปราศจากสิว และริ้วรอยต่างๆ คือสิ่งที่เราควรใส่ใจด้วย เมื่อส่องกระจกเช็คสภาพผิวหน้าของเรา เราอาจจะเห็นปัญหาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น รอบดวงตา ที่ต้องได้รับการดูแลอย่างอ่อนโยน เพราะรอบดวงตานั้นบอบบางมาก เช่นทาครีมรอบดวงตา และไม่ขยี้ตา เพื่อป้องกันการเกิดริ้วรอยและความหมองคล้ำ

การดูแลริมฝีปาก หลายคนอาจจะมองข้ามและไม่ได้ให้ความสำคัญมากนัก ทั้งที่ริมฝีปากนั้นคือสิ่งที่สำคัญของใบหน้าและสร้างความประทับใจแรกพบได้เช่นกัน การประสบกับปัญหาริมฝีปากแห้ง แตก และคล้ำนั้น สร้างความเจ็บปวดและบั่นทอนความมั่นใจในตัวเองได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายต่างก็ประสบปัญหากับริมฝีปากแห้งและก็บำรุงโดยการทาลิปบาล์ม ลิปมัน หรือปิโตเลียมเจล หรือวาสลีน การดื่มน้ำให้เพียงพอก็สามารถช่วยได้เช่นกัน ผลิตภัณฑ์ดูแลริมฝีปากจึงควรเหมาะสำหรับทุกคนและจะต้องถูกผลิตจากโรงงานผลิตลิปสติกที่มีคุณภาพและมีความปลอดภัย จากเว็บไซต์เมดไทยได้แชร์ไว้ว่า การที่มีปัญหาปากแห้งแตกหรือลอกเป็นขุย ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในฤดูหนาวแต่บางครั้งปัญหาริมฝีปากแห้งก็อาจขึ้นในฤดูอื่น ๆ ได้เช่นกัน เพราะสาเหตุที่ทำให้เกิดริมฝีปากแห้งแตกนั้นมาจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น อากาศ เช่น ในฤดูหนาวที่มีลมพัด ความชื้นจากริมฝีปากจึงถูกอากาศดูดและพัดพาออกไป อากาศร้อนบวกกับลมที่พัดแรง มีผลทำให้ริมฝีปากขาดความชุ่มชื้น, ถูกความร้อนจากแสงแดดเป็นเวลานาน รังสีอัลตราไวโอเลตจะเป็นตัวทำลายความยืดหยุ่นของเซลล์ ทำให้ผิวบริเวณริมฝีปากแห้งและแตกได้ ผู้ที่อยู่ในห้องแอร์ที่อากาศเย็นและแห้ง คนทำงานในออฟฟิศจะทราบดีว่าปัญหาดังกล่าวสามารถเกิดขึ้นได้ทุกฤดู เป็นต้น การเลียริมฝีปาก การเลียริมฝีปากบ่อย ๆ รวมถึงการเม้มปาก เอนไซม์ที่ช่วยในการย่อยอาหารที่อยู่ในน้ำลายสามารถทำลายความชุ่มชื้นบนริมฝีปากได้ การดื่มน้ำน้อยเกินไป ก็เป็นสาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้ริมฝีปากแห้งได้ครับ เพราะร่างกายต้องได้รับน้ำเพื่อรักษาความชุ่มชื้นของร่างกาย ยิ่งในบริเวณริมฝีปากที่สูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่ายแล้ว คุณจึงต้องคอยดื่มน้ำเพื่อรักษาความชุ่มชื้นอยู่เสมอ การขาดสารอาหาร ไม่ว่าจะเป็นการขาดวิตามินซีจนทำให้เป็นโรคลักปิดลักเปิด ขาดวิตามินบีจนทำให้เป็นโรคปากนกกระจอก ขาดวิตามินแล้วทำให้ปากแห้ง ผิวหยาบ อาการผิดปกติของร่างกายต่าง ๆ เช่น อาการร้อนใน เนื่องจากอาการร้อนในจะทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำมากขึ้นรวมทั้งริมฝีปากด้วย (แก้ได้ด้วยการดื่มน้ำตะไคร้หอม ที่มีสรรพคุณช่วยแก้อาการร้อนใน กระหายน้ำ หลีกเลี่ยงอาหารเค็มจัดและอาหารที่มีกรดหรือมีรสเปรี้ยว) เมื่อรับประทานผักผลไม้เสร็จแล้ว แต่ไม่ได้ล้างปากให้สะอาด อีกสาเหตุหนึ่งที่หลาย ๆ คนคาดไม่ถึง เพราะกรดในผลไม้เอเอชเอจะเข้าไปทำลายความชุ่มชื้นที่ริมฝีปาก รวมทั้งเมื่อสัมผัสกับแสงแดดก็จะทำให้ริมฝีปากดำคล้ำขึ้นอีกด้วย วัยที่มากขึ้น เช่น วัยสูงอายุ วัยทอง ซึ่งต่อมเหงื่อ ต่อมไขมันจะทำงานได้น้อยลง จึงทำให้บริเวณริมฝีปากแห้งตามไปด้วย เพราะน้ำลายก็ไม่ค่อยมี

 

 

เป็นเจ้าของผิวที่สวยเปล่งปลั่งได้จากครีมทาผิวที่เต็มไปด้วยสารสกัดเข้มข้น

บ้านสวนพอเพียง - 5 กรกฎาคม, 2021 - 17:54
หมวดหมู่ของบล็อก: อื่นๆ

เราเคยสังเกตผิวของเราหรือไม่ว่า ในแต่ละฤดูนั้น สภาพผิวแตกต่างกันอย่างไรบ้าง และเราเลือกครีมบำรุงผิว โลชั่น หรือแม้กระทั่งออยล์ในการดูแลผิวของเราอย่างเหมาะสมถูกต้องหรือยัง เพราะเราอาจจะทำร้ายผิวของเราโดยไม่รู้ตัวเลยก็ได้ การทำความเข้าใจสภาพผิวจึงเป็นการเริ่มต้นที่สำคัญ เพราะไม่ใช่แค่การทาผลิตภัณฑ์ใดๆลงไปบนผิวของเราเท่านั้น เรายังทำการขจัดเซลส์ผิวที่ตายแล้วออกไปอีกด้วย นั่นก็คือ การขัดผิว เพื่อเตรียมผิวและผลัดให้ชั้นผิวใหม่ได้เผยออกมา

ปัญหาที่พบในการเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เราอาจจะมองข้ามนั้นก็คือ ครีมหรือโลชั่นบำรุงผิวที่เหมาะกับเราจริงๆ สร้างมาเพื่อเรา และสภาพผิวแบบเรานั้น จะต้องเป็นแบบใด และส่วนผสมที่สำคัญจะต้องใส่ในปริมาณเท่าไร การศึกษาและการค้นคว้าเพื่อสร้างแบรนด์ครีมของตัวเองจึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ให้กับคนที่รักในการบำรุงและดูแลผิว ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่แค่การบำรุงดูแลผิวภายนอกเท่านั้น การดูแลภายในทางด้านสุขภาพและอาหาร รวมไปถึงการออกกำลังกายนั้นต่างก็มาควบคู่กันด้วย ส่วนการขัดผิวนั้น เราควรเลือกใช้สมุนไพรและผลิตภัณฑ์ที่มาจากธรรมชาติไร้สารเคมี เพราะเพื่อความสวยอย่างปลอดภัยนั้นสำคัญที่สุด เว็บไซต์สนุกด็อทคอมได้แชร์บทความเกี่ยวกับสมุนไพรในการดูแลผิวพรรณและสูตรดูแลผิวไว้ว่า ว่านหางจระเข้มีคุณสมบัติช่วยบำรุงผิว ป้องกันฝ้าลดสิว ริ้วรอยและจุดด่างดำ เพิ่มความชุ่มชื่นและควบคุมความมันบนใบหน้าได้ เพียงแค่ใช้ว่านหางจระเข้สดปอกเปลือกแล้วล้างยางเหลืองออกให้หมด เหลือวุ้นใสๆแล้วนำวุ้นที่ได้มาพอกให้ทั่วใบหน้าเว้นรอบดวงตา ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที สูตรนี้เหมาะสำหรับคนผิวมัน แต่สำหรับคนผิวแห้งควรใช้ว่านหางจระเข้ผสมน้ำมันมะกอกหรือไข่แดง มะเขือเทศ ขึ้นชื่อเรื่องบำรุงผิวต้องยกให้มะเขือเทศเพราะในมะเขือเทศมีสารอาหารและวิตามินมากมายที่ช่วยรักษาสิว ลดรอยเหี่ยวย่นและจุดด่างดำแถมยังทำให้ผิวขาวกระจ่างใสขึ้นอีกด้วย เพียงแค่นำมะเขือเทศสดไปปั่นให้ละเอียดจากนั้นกรองเอาแต่น้ำผสมกับข้าวโอ๊ตแล้วนำมาพอกให้ทั่วใบหน้า สูตรนี้ใช้ได้ทั้งคนผิวมันและผิวแห้ง มะขามเปียก มะขามเปียกก็เป็นสมุนไพรขึ้นชื่อเรื่องบำรุงผิว ลบรอยตีนกา ทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื่นแถมยังช่วยขจัดสิ่งสกปรกออกจากผิวหนังได้ดี เพียงแค่ใช้น้ำมะขามเปียก1 กำมือ น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ และนมจืด3 ช้อนโต๊ะผสมให้เข้ากันแล้วนำมาทาหน้าทิ้งไว้ 10 นาทีแล้วล้างออกให้สะอาด สูตรนี้จะเหมาะกับคนผิวมันแต่สำหรับคนผิวแห้ง ควรลดมะขามเปียกแล้วเพิ่มนมหรือน้ำผึ้งให้มากขึ้น น้ำผึ้งเป็นสมุนไพรขึ้นชื่อของการใช้ผสมในเครื่องสำอาง เพราะช่วยทำให้ผิวชุ่มชื่นเปล่งปลั่ง ดูอ่อนเยาว์และลดปัญหาสิวเสี้ยนแถมยังมีคุณประโยชน์อื่นๆอีกมากมาย การใช้น้ำผึ้งในเรื่องของผิวพรรณคือ ผสมน้ำผึ้งกับกล้วยหอมครึ่งลูกให้เข้ากันแล้วนำมาทาบนใบหน้าทิ้งไว้ 10-15 นาทีแล้วล้างออกให้สะอาด ขมิ้นชันสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและเชื้อราป้องกันการระคายเคืองของผิวแถมยังช่วยบำรุงผิวให้แข็งแรง เพียงแค่ก่อนนอน ให้ใช้ขมิ้นสด ดินสอพอง และน้ำมะนาว ผสมให้เข้ากัน จากนั้นพอกหน้าทั้งไว้ 15-20 นาทีแล้วล้างออกให้สะอาดทำอาทิตย์ละ 3-4 ครั้งจะช่วยให้ใบหน้าสวยเนียนกระจ่างใสและสุขภาพดี

 

 

สนับสนุนให้เด็กได้เล่นได้เรียนรู้อย่างไร้ขีดจำกัด

บ้านสวนพอเพียง - 2 กรกฎาคม, 2021 - 17:16
หมวดหมู่ของบล็อก: อื่นๆ

เราเคยสังเกตตัวเองหรือไม่ เวลาที่เราอยู่กับเด็กๆ ลูกๆ หลานๆ เราห้ามเขาไม่ให้เล่น ไม่ให้วิ่ง ตลอดเวลาอยู่รึเปล่า เราเป็นผู้ใหญ่แบบนั้นหรือเปล่า คนที่เคยพูด ตะโกนห้าม ไม่ให้ทำสิ่งใดๆเลย เราอาจไม่ได้รู้หรือตระหนักเลยว่า การกระทำเหล่านั้นไปจำกัดไม่ให้เด็กๆได้ลองทำ ลองในสิ่งที่เขาอยากทำ และลึกๆแล้ว มันอาจจะสร้างปมอะไรลึกๆในใจของเด็กๆเหล่านั้นได้โดยที่เราไม่รู้ตัว

เพราะฉะนั้นแล้วการสนับสนุนให้เด็กๆได้เล่น ได้เรียนรู้ ในสิ่งที่เขาสนใจคือสิ่งที่เราควรทำมากที่สุด แม้เราอาจจะไม่เข้าใจมากนักว่าสิ่งนั้นจะลงเอยเช่นไรในตอนสุดท้าย แต่อย่างน้อยเขาก็ได้เรียนรู้และลองทำ ประสบการณ์ที่ได้จากการลองทำนั้นหาค่ามิได้ ยิ่งในวัยเด็กเล็กๆที่กำลังอยากรู้อยากเห็นในสิ่งต่างๆ โลกกว้างที่เปรียบเสมือนสวนสนุก สนามหญ้า สนามเด็กเล่นที่เขาได้วิ่งเล่น และลองเล่น เด็กในแต่ละวัยมีความสนใจแตกต่างกัน เนื่องมาจากการเจริญเติบโตทั้งร่างกายและทางความคิด เราจะยิ่งเห็นตัวตนของเด็กๆได้ชัดเจนมากขึ้นๆทุกๆวัน อย่างในวัยประถม หรือ elementary school ซึ่งเป็นวัยที่ชอบทำกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นดนตรีหรือกีฬา ซึ่งทางเว็บไซต์คิดส์แอดทีฟเพลย์ได้แชร์บทความไว้ว่า การออกกำลังกายส่งผลดีต่อสุขภาพ การเล่นกีฬาก็นับเป็นประเภทหนึ่งของการออกกำลังกาย ที่ส่งผลให้ส่วนต่างๆ ของร่างกายของเรามีการเคลื่อนไหว นอกจากเสริมสุขภาพให้ดีแล้วยังสนุกสนาน เป็นกิจกรรมทางสังคม หรือบางครั้งมีการแข่งขัน โดยจะเคร่งครัดต่อกฎเกณฑ์กติกาการแข่งขันหรือไม่เคร่งครัดก็ได้ เช่น การเล่นฟุตบอล รักบี้ บาสเกตบอล แบดมินตัน เทนนิส กอล์ฟ ว่ายน้ำ วอลเล่ย์บอล แม้จะไม่มีข้อห้ามในการเล่นกีฬา ไม่ว่าเด็กเล็กหรือผู้สูงวัย โดยคนทุกวัยสามารถเล่นกีฬาได้ แต่ยังไงก็ต้องมีข้อแตกต่างกันของคนแต่ละวัย นั่นคือชนิดและความหนักเบาของกีฬา ควรเลือกกีฬาให้เหมาะสมกับวัย เพื่อให้เล่นกีฬาได้สนุกสนานเพลิดเพลิน ร่างกายแข็งแรงแล้ว ยังต้องปลอดภัยด้วย เพราะการป้องกันและลดการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา มีความสำคัญอย่างมากพอๆ กับการเพิ่มทักษะ สมรรถนะ และความสามารถ วัยเด็ก อายุ 1-10 ปี กล้ามเนื้อและกระดูกยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ ออกกำลังกายติดต่อกันได้ไม่นานก็จะรู้สึกเหนื่อย ร่างกายต้องการพักผ่อนมาก ชอบการอยู่รวมเป็นกลุ่มเล่นกับเพื่อนหลายๆ คน กีฬาที่เหมาะสม ควรให้ทำร่วมกันเป็นหมู่คณะ เน้นกิจกรรมที่ให้เด็กได้ฝึกใช้ความสัมพันธ์ของมือ สายตา เท้าและได้เคลื่อนไหวร่างกายตลอดเวลา เช่น วิ่ง กายบริหาร เกมเบ็ดเตล็ด ปีนป่าย ว่ายน้ำ ยืดหยุ่น เป็นต้น หลีกเลี่ยงกีฬา ที่ปะทะกันรุนแรง เพราะอาจทำให้กระดูกแตกหักได้ และไม่ควรให้เด็กเล่นหรือออกกำลังกายมากเกินไป

 

 

วัยเด็กเล็กคือวัยที่กำลังค้นหาตัวเองและเรียนรู้สิ่งรอบตัว

บ้านสวนพอเพียง - 2 กรกฎาคม, 2021 - 17:15
หมวดหมู่ของบล็อก: อื่นๆ

พ่อแม่หลายๆคนอาจกำลังปวดหัวกับลูกๆหลานๆที่อยู่ในวัยเด็กเล็ก ซึ่งจะต้องคอยดูแลและเฝ้าระวังไม่ให้คลาดสายตา เพราะถ้าเผลอแค่เพียงเสี้ยววินาทีอาจเกิดอั

พ่อแม่หลายๆคนอาจกำลังปวดหัวกับลูกๆหลานๆที่อยู่ในวัยเด็กเล็ก ซึ่งจะต้องคอยดูแลและเฝ้าระวังไม่ให้คลาดสายตา เพราะถ้าเผลอแค่เพียงเสี้ยววินาทีอาจเกิดอันตรายร้ายแรงกับเด็กวัยนี้ได้ เพราะในวัยเด็กเล็กนั้น เขาจะสนใจสิ่งรอบตัวสูงมาก และเมื่อเราห้ามไม่ให้เขาทำ เขาก็จะทำตรงกันข้าม จึงไม่แปลกใจว่า ทำไมพ่อแม่ถึงได้เหนื่อยและอยากจะจับลูกน้อยไว้ให้อยู่แต่ในคอกเด็ก และเราอาจจะต้องทนกับเสียงร้องโวยวายต่อต้านเราที่ทำให้เรายิ่งใจอ่อนและยอมให้เด็กได้ทำในสิ่งที่เขาต้องการ 

เมื่อการหากิจกรรมมาให้ลูกทำนั้น คือ สิ่งที่จะช่วยให้ลูกมีพัฒนาการที่ดี รวมไปถึงได้ฝึกมัดกล้ามเนื้อต่างๆทั้งร่างกาย เพิ่มความแข็งแรง ทางเลือกที่ดีและเหมาะสมอย่างหนึ่งที่จะช่วยและส่งเสริมให้เด็กวัยเล็กๆได้ค้นหาตัวเองและเล่นในสิ่งที่ตัวเองต้องการ โดยที่พ่อแม่ไม่ต้องมาคอยเฝ้าและเหนื่อยจากการคอยวิ่งตามลูกๆ นั่นก็คือการให้ลูกได้เข้า kindergarten school Bangkok เพราะในสถานที่เหล่านี้จะมีมืออาชีพที่คอยดูแลเด็กๆอย่างเต็มที่ รวมไปถึงมีกิจกรรมหลากหลายและยังมีความปลอดภัยและได้มาตรฐานอีกด้วย จากเว็บไซต์ abnormalbehaviorchild ได้มีบทความเกี่ยวกับการดูแลเด็กไว้อย่างน่าสนใจไว้ว่า เราทุกคนต้องการที่จะเป็นพ่อแม่ที่ดีที่สุดที่เราสามารถทำได้เพื่อลูกของเรา แต่มักมีคำแนะนำที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับวิธีการเลี้ยงเด็กที่ถูกต้องที่สุด สิ่งสำคัญคือการมุ่งเน้นที่การจัดลำดับความสำคัญในความรับผิดชอบและตอบสนองต่อความต้องการของเด็กๆอย่างรวดเร็ว ผู้ปกครองที่สมัยนี้มีแหล่งความรู้ที่มากมายจากอินเทอร์เน็ต ซึ่งควรทำการศึกษาและนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งอันที่จริงแล้วไม่มีวิธีในการเลี้ยงลูกที่ถูกต้องที่สุด เพราะแต่ละคนมีความคิดที่แตกต่างกันออกไป แต่เราสามารถประมวลได้ว่าเราจะเลี้ยงลูกออกมาด้วยวิธีไหน แต่วิธีดีสุดในคือการเลี้ยงด้วยความใส่ใจ เมื่อลูเริ่มมีพัฒนาการ จะเริ่มความท้าทายใหม่ๆเข้ามาและความคิดของเราอาจเปลี่ยนไป แต่แนวทางควรจะมั่นคงและทำด้วยรักเสมอ ช่วยลูกเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ที่ยากลำบาก พยายามสร้างความมั่นใจและช่วยให้เขาเรียนรู้ที่จะรับมือกับความท้าทายที่เข้ามา ไม่ว่าเราจะมีลูกในวัยเด็กทารกเรียนรู้ที่จะนอนหลับตลอดทั้งคืน เด็กวัยหัดเดินหัดที่จะเก็บของเล่นหลังเล่นเสร็จ หรือเด็กโตที่เริ่มมีปัญหาส่วนตัวมากขึ้น การฝึกวินัยของเด็กสมัยใหม่ การฝึกวินัยในเด็กเล็กเป็นอะไรที่ยากมากๆ โดยเฉพาะในวัยหัดเดิน เราจำเป็นจะต้องมีความอดทนสูง ในทุกครั้งที่เด็กเล็กประพฤติตัวไม่เหมาะสม การลงโทษด้วยการตีแขน มือ ก้น เป็นอะไรที่ไม่ควรทำ เพราะมันเป็นสิ่งที่จะกระตุ้นพฤตกรรมก้าวร้าวของเด็กในอนาคต สิ่งที่พ่อแม่ควรทำคือหาข้อดีของตัวเขาให้เจอและชื่นชมเขาให้รางวัลเขา

 

 

เมื่อการเลือกเรียนพิเศษเพื่อเสริมการเรียนรู้ในสิ่งที่เราอยากรู้อย่างเข้าใจ

บ้านสวนพอเพียง - 1 กรกฎาคม, 2021 - 22:49
หมวดหมู่ของบล็อก: อื่นๆ

การเรียนเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเรียนนอกเวลาเรียนปกติ เรียนพิเศษ หากเกิดจากที่เราต้องการความรู้เพิ่มเติมและอยากเรียนรู้มากขึ้นเพื่อเข้าใจได้อย่างเต็มที่ นั่นคือการแสวงหาความรู้และทักษะที่เราสามารถนำไปต่อยอดได้ ซึ่งเกิดได้กับคนทุกวัย ไม่ใช่แค่วัยเรียนเท่านั้นที่เหมาะสำหรับการเรียนเพิ่มเติมหรือเรียนพิเศษ แต่วัยทำงานก็ยังสามารถทำได้ เพราะเวลาเราทำงานแล้ว เราอาจจะรู้สึกชินชา และอาจจะเบื่อกับสิ่งเหล่านั้น และอยากที่จะหาอะไรใหม่ๆทำเพื่อเสริมสร้างทักษะที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในงานหรืองานอดิเรกได้

อย่างไรก็ตาม เด็กๆในวัยที่การเรียนพิเศษอาจเข้ามาเป็นหนึ่งในบทบาทภาระสำคัญ ซึ่งพ่อแม่หลายคนก็ต่างอยากให้ลูกๆหลานๆได้เรียนพิเศษและเรียนเพิ่มเติมในวันหยุด ซึ่งอาจจะทำให้เด็กๆล้า และยิ่งเพิ่มความเหนื่อยมากขึ้น จากที่เด็กๆเหล่านี้ควรได้เล่นสนุกตามวัย การเรียนพิเศษอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก นอกจากนี้ยังเพิ่มค่าใช้จ่าย tuition fee ซึ่งค่าใช้จ่ายตรงนี้ราคาถือว่าสูงมาก แต่ก็คุ้มค่าหาก ผลลัพธ์และประสิทธิผลที่เด็กๆมีการเรียนที่ดีขึ้น ซึ่งพ่อแม่และผู้ปกครองเองก็ควรดูแลสุขภาพจิตของเด็กๆด้วย ไม่ให้เครียดมากจนเกินไป ให้เด็กๆเขาได้เล่น ได้เรียน ได้ใช้ชีวิตอย่างสมดุล บทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับจิตวิทยาเด็กของเว็บไซต์มหิดลได้แชร์ไว้ว่า ผู้ที่เคยเลี้ยงดูเด็ก คงทราบดีทุกคนว่า ไม่ว่าเด็กคนหนึ่งจะเป็นเด็กดีเพียงใดก็ตาม ในบางครั้งบางคราวก็ยังอาจมีปัญหาเกี่ยวกับพฤติกรรมเกิดขึ้นได้ ซึ่งผู้ใหญ่จำเป็นต้องมีวิธีการที่จะแก้ไขพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และให้เด็กเรียนรู้พฤติกรรมที่เหมาะสมและสามารถควบคุมตัวเอง ให้มีความประพฤติที่สังคมยอมรับได้โดยไม่ต้องอาศัยผู้ใหญ่คอยควบคุมในเวลาต่อมา พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมหรือพฤติกรรมที่เราไม่ต้องการในเด็กมักได้แก่การไม่เชื่อฟังเมื่อห้ามปราม เช่น การปีนป่ายไปบนที่สูง การไม่ยอมทำอะไรบางอย่างที่ผู้ใหญ่ต้องการให้ทำ เช่น ทำการบ้าน เก็บของเล่นเข้าที่ ทำงานที่ได้รับมอบหมาย พฤติกรรมก้าวร้าว รุนแรง เช่น ตีน้อง ใช้ถ้อยคำหยาบคาย การทำลายสิ่งของเมื่อโกรธหรือถูกขัดใจ พ่อแม่จำนวนมากไม่ทราบว่าจะจัดการอย่างไรกับพฤติกรรมเหล่านี้ของลูกถึงจะให้ผลดีกับเด็ก ปัจจุบันความรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมของมนุษย์มีมากขึ้น แต่พ่อแม่ทั่วไปมักจะยังไม่ได้รับประโยชน์จากความรู้นี้มีแต่นักวิชาการและผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับสุขภาพจิตเด็กจำนวนหนึ่งเท่านั้น ความรู้ความเข้าใจให้การอบรมเลี้ยงดูเด็กที่ถูกต้องสมควรได้รับการเผยแพร่ออกไปให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ วิธีการตอบสนองต่อพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของเด็กทำได้โดย การใช้เหตุผล (Reasoning) การให้เหตุผลอย่างตรงไปตรงมาซึ่งเด็กสามารถเข้าใจ มักจะสามารถแก้ไขพฤติกรรมได้ในเด็กยิ่งเล็กการให้เหตุผลต้องแบบง่าย สั้น ไม่พูดยืดยาว เช่น มีดเล่นไม่ได้เพราะจะบาดมือหนู หนูไม่ปีนขึ้นที่สูงเดี๋ยวจะตกลงมาเจ็บ การใช้ท่าทีที่หนักแน่นและจริงจัง

 

 

ทดสอบ

บ้านสวนพอเพียง - 1 กรกฎาคม, 2021 - 12:26
หมวดหมู่ของบล็อก: ข่าวเกษตรKeywords: ทดสอบ

ทดสอบการเขียน บทความที่มีประโยชน์ ต้องทำอย่างไรถึงจะเขียนได้ดี

นิยามของ ‘Insulated Panel’ และคุณสมบัติความเป็นฉนวน

บ้านสวนพอเพียง - 25 มิถุนายน, 2021 - 15:46
หมวดหมู่ของบล็อก: อื่นๆKeywords: Insulated panel

(ภาพประกอบ)

 

ว่ากันว่าแผงฉนวน หรือ Insulated Panel ที่ดีนั้น ต้องแข็งแรงทนทาน กันไฟ รวมถึงควบคุมอุณหภูมิภายในห้องได้เป็นอย่างดี จนหลายอุตสาหกรรมไม่ว่าจะเป็น อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ห้องเย็น ไลน์ผลิต คลีนรูม หรือคลังสินค้า เหล่าผู้ประกอบการต่างก็มักจะเลือกใช้ Insulated Panel มาเป็นวัสดุก่อสร้างกันซะส่วนใหญ่ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น แผ่นฉนวนแผ่นนี้คืออะไรกันแน่ ถ้าอยากรู้ ไปหาคำตอบกัน...

 

Insulated Panel คืออะไร ?

เรามักจะรู้จักแผงฉนวนลักษณะนี้ในชื่อ Sandwich Panel หรือผนังแบบแซนวิช ซึ่งจะมีลักษณะเป็น แผ่นฉนวนสำเร็จรูป ที่พร้อมจะนำมาต่อกันเป็นแผง สามารถใช้งานได้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร เช่น งานประตู เพดาน หรือหลังคาสำหรับห้องเย็น คลีนรูม คลังสินค้า เป็นต้น เนื่องจากมีคุณสมบัติ กันความร้อน ทนไฟ สะอาดไม่กักเก็บฝุ่น ปลอดภัยต่อการผลิตอาหารและยา ควบคุมอุณหภูมิได้ดี ทั้งยังได้รับการรับรองมาตรฐานสากล GMP และ HACCP อีกด้วย

 

ส่วนประกอบของแผ่น Sandwich Panel

แผ่นฉนวน Sandwich Panel ประกอบไปด้วยแผ่นเคลือบสังกะสี หรือ PPGI ประกบคู่กันทั้ง 2 ด้าน และจะมีตัวแกนกลางที่มีลักษณะเป็นโฟมฉนวนกันความร้อนผนัง ซึ่งตัวแกนกลางที่นิยม มีด้วยกัน 3 ประเภท ดังนี้

 

1.PIR Foam หรือ Polystyrene Foam

เป็นแผ่นโฟมสีเหลือง ที่มีลักษณะคล้ายโฟมโพลียูรีเทน แต่ทนความร้อนและเปลวไฟได้ดีกว่า เนื่องจากตัวโครงสร้างทางเคมีของวงแหวนไอโซไซยานูเรต ที่มีค่าการนำความร้อนต่ำจึงเหมาะกับการนำไปใช้เป็นผนังกันความร้อนที่สุด อีกทั้งยังช่วยประหยัดพลังงาน แข็งแรงทนทาน น้ำหนักเบา ซึมผ่านยาก และไม่ติดไฟ เมื่อเกิดเหตุอัคคีภัยแผ่นฉนวน PIR Foam แม้จะมีผิวสีดำเกรียม แต่ก็มีส่วนช่วยป้องกันก๊าซออกซิเจนสัมผัสเนื้อโฟมที่อยู่ภายใน ไม่ให้ไฟลุกลามไปมากกว่านี้

 

2.เส้นใยหิน Rockwool

แผ่นฉนวนสำเร็จรูปกันความร้อนเส้นใยหิน ใช้วัสดุที่ผลิตมาจากหินภูเขาไฟตามธรรมชาติ ตัวเส้นใยผลิตด้วยเครื่องจักรตามมาตรฐาน เมื่อเราลองหักเส้นใยดูจะคล้ายกับการหักแท่งชอล์กเขียนกระดาน โดยมีส่วนผ่าศูนย์กลางราว ๆ 4-5 ไมครอน มีคุณสมบัติเป็นผนังกันความร้อนทนทานไฟ ประหยัดพลังงาน ป้องกันเสียงรบกวนได้ดี และที่สำคัญตัวเส้นใยไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เมื่อสูดดมเข้าไปร่างกายสามารถขับออกมาได้เอง

 

3.ESP Foam หรือ Polystyrene Foam

มีลักษณะเป็นแผ่นฉนวนสำเร็จรูปโฟมสีขาว ซึ่งเป็นวัสดุที่ไม่ลามไฟ เมื่อเกิดประกายไฟในรัศมีใกล้เคียง ก็มั่นใจได้เลยว่า ไฟจะไม่ลามจนเกิดเป็นเพลิงลุกไหม้และจะดับภายใน 10 วินาที โดยโฟมขาวชนิดนี้จะมีราคาค่อนข้างถูกกว่าฉนวนตัวอื่น ๆ ที่ได้กล่าวมา

 

 

มาถึงตรงนี้คุณคงจะรู้แล้วว่า Insulated Panel คือแผงฉนวนแบบแซนวิชสำเร็จรูป ที่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมมักจะนำไปใช้เป็นวัสดุสร้าง ห้องเย็น ไลน์ผลิตอาหาร ห้องแล็บ ฯลฯ ทั้งนี้ตัวแกนกลางของแผ่นฉนวนสำเร็จรูป ยังสามารถแยกออกมาได้เป็น 3 แบบตามความนิยม ได้แก่ PIR Foam, เส้นใยหิน Rockwool และ ESP Foam ที่เราได้กล่าวไป ซึ่งจะเลือกใช้ตัวไหนนั้น อยู่ที่คุณเป็นคนตัดสินใจ !

สอนยิง “Ads” สำหรับลงโฆษณา Facebook ง่าย ๆ คุณเองก็ทำได้

บ้านสวนพอเพียง - 25 มิถุนายน, 2021 - 15:43
หมวดหมู่ของบล็อก: อื่นๆ

 

Facebook ถือเป็นช่องทางการสื่อสารที่ใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ที่ในปัจจุบันมีร้านค้ามากมายต่างหันมาลงโฆษณา Facebook กันอย่างคับคั่ง นั่นอาจเพราะช่องทางนี้มีกลุ่มลูกค้าหลากหลาย ตัวแพลตฟอร์มมีฟังก์ชันซัพพอร์ตที่ดี รวมไปถึงเป็นช่องทางที่เจาะกลุ่มเป้าหมายได้ตรงจุด แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด โฆษณา Facebook เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่คนทำธุรกิจในยุคโควิดต้องรู้ ! โดยในวันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับ Facebook Marketing พร้อมวิธียิง Facebook Ads ที่คุณเองก็สามารถทำได้ ไม่เชื่อลองดู !!

 

Facebook Marketing คืออะไร ?

Facebook Marketing เป็นการลงโฆษณา Facebook โดยวิธีซื้อโฆษณาในแพลตฟอร์ม ที่จะช่วยให้เราเข้าถึงผู้ใช้งานได้มากขึ้นแลกกับการเสียค่าใช้จ่ายบางส่วน โดยหากเราพิจารณาจากข้อมูลที่ว่า ในประเทศไทยมีประชากร 70 ล้านคน และมีผู้ใช้งาน Facebook กว่า 50 ล้านบัญชีโดยเฉลี่ย นั่นแปลว่า เราสามารถติดต่อสื่อสารได้แทบทุกคนทั่วประเทศผ่านการลงโฆษณา Facebook เพียงตัวเดียว

 

รู้จักการ “ยิง Facebook Ads” หรือ “Facebook Advertising”

การยิง Ads ถือเป็นการสื่อสารรูปแบบหนึ่งบน Facebook ไปยังกลุ่มเป้าหมายที่เราเล็งไว้ เพื่อโปรโมทเพจ Facebook สินค้าหรือบริการ และกระตุ้นให้เกิดการซื้อขาย ใครนึกภาพไม่ออก วิธีนี้คล้ายกับการซื้อโฆษณาทีวีนั่นแหละ

 

วิธี “ยิง Ads” โฆษณา Facebook

ก่อนจะเริ่มให้เราเปิด ‘บัญชียิงโฆษณา’ เอาไว้รอเลย โดยเราสามารถใช้แอคเค้าท์ส่วนตัวได้ ซึ่งขั้นตอนการยิง Ads จะแบ่งเป็น 3 ส่วนใหญ่ ดังนี้

 

  • Campaigns

  1. เมื่อเข้า บัญชียิงโฆษณา มาจะเจอกับหน้าต่างแสดงผลลัพธ์ของโฆษณาที่เราซื้อไว้ โดยหากเราลงโฆษณา Facebook สำเร็จ ตัววัดผลต่าง ๆ จะปรากฏอยู่ที่หน้านี้

  2. คลิก Campaigns > Create เพื่อสร้างโฆษณา

  3. คลิก Create New Campaign แล้วเลือก วัตถุประสงค์ของการโฆษณา ซึ่งจะมีให้เลือกอยู่ 3 กลุ่ม ได้แก่

    • Awareness : มุ่งเน้นการสร้างแบรนด์ เพิ่มยอดกดไลค์เป็นหลัก
    • Consideration : ต้องการสร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมาย
    • Conversion : เพื่อสร้างยอดขายให้กับธุรกิจ
  1. กรอก Campaign Details : ในหน้านี้จะบอกรายละเอียดของแคมเปญ รวมถึงการตั้งค่าเพิ่มเติมอื่น ๆ  ให้เราโฟกัสที่การใส่ Budget หรือ การกำหนดวงเงินที่ต้องการจะใช้ในแคมเปญนี้เป็นหลัก ซึ่งเราสามารถตั้งได้ 2 แบบ ได้แก่

    • Daily Budget : งบประมาณใช้จ่ายต่อวันในการลงโฆษณา Facebook
    • Lifetime Budget : การตั้งงบโฆษณา Facebook โดยคำนวณตามวันที่เราตั้งค่าเปิดปิด

 

  • AD SET

ขั้นตอนนี้มีความสำคัญมาก ถือได้ว่าเป็นหัวใจสำคัญของการโฆษณา Facebook เลยก็ว่าได้ นั่นก็คือ การเล็งกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องจะยิง ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้

  1. ใส่ชื่อและวันเวลาที่ต้องการลงที่ช่อง AD set name และ Budget & schedule

  2. กรอกข้อมูลในช่อง Audience เพื่อให้โฆษณาไปถึงผู้ใช้งานเป้าหมาย

    • เลือก Location, Age, Gender และ Detail Targeting
  1. เลือก Placement กำหนดว่าเราอยากจะส่งโฆษณา Facebook ไปแสดงผลที่ส่วนไหนของแพลตฟอร์ม

    • Device : แนะนำให้เลือกทั้ง PC และ Smart phone
    • Platforms : อยากให้โฆษณาแสดงผลในแพลตฟอร์มไหน Facebook, Instagram, หรือ Messenger

 

 

  • AD

  1. Ad name : การตั้งชื่อโฆษณา Facebook

  2. Identity :  เลือกเพจที่เราต้องการยิงโฆษณา

  3. Ad setup : ระบุโพสต์โฆษณาที่เราจะใช้ โดยมีให้เลือก 3 รูปแบบ ดังนี้

    • Create Ad : สร้างโพสต์ใหม่ที่ไม่มีบนหน้าเพจ ในการโฆษณา
    • Use existing post : เลือกโพสต์จากหน้าเพจ มาลงโฆษณา
    • Use creative hub mockup : ใช้แบบจำลองสินค้าแทนรูปจริง สำหรับโฆษณา
  1. Tracking : การติด Facebook Pixel ใช้สังเกตพฤติกรรมของลูกค้าที่เข้ามาชมเว็บไซต์ ผ่านโฆษณาที่เราส่งไป

           

ขั้นตอนสุดท้ายให้คลิกที่ “Publish” จะทำการส่งโฆษณาไปให้ Facebook ตรวจสอบก่อน รอการอนุมัติบนหน้า ‘บัญชียิงโฆษณา’ เท่านี้ก็เรียบร้อย

           

ก็จบไปแล้วกับวิธีการยิง Facebook Ads สำหรับลงโฆษณา Facebook ที่แม้จะมีขั้นตอนวุ่นวายอยู่บ้าง แต่ก็คุ้มค่ากับเวลาที่เสียไป ส่วนใครที่ไม่ค่อยมีเวลา ขอแนะนำให้เลือกใช้บริการกับเอเจนซี่รับ ทำ Facebook Marketing จะดีกว่า เนื่องจากพวกเขามีทั้งความชำนาญและประสบการณ์ด้านนี้โดยตรง รวมไปถึงช่วยให้คุณมีเวลาไปดูแลจัดการงานส่วนอื่น ๆ อีกด้วย

 

ต่อยอดความรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพให้เก่งรอบด้านในยุคดิจิทัล

บ้านสวนพอเพียง - 22 มิถุนายน, 2021 - 18:29
หมวดหมู่ของบล็อก: อื่นๆ

การเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด ประโยคนี้เราอาจจะได้ยินมาโดนตลอด และยังไม่ค่อยเข้าใจอย่างลึกซึ้งมากนัก จนกระทั่งเมื่อเรามีอายุมากขึ้น เราจึงตระหนักได้ว่า เรายังสามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ๆได้ตลอด ไม่ว่าจะอายุเท่าไร ความรู้และสิ่งใหม่ๆนั้นรอคอยให้เราได้ค้นพบ ยิ่งในยุคดิจิทัลที่มีเทคโนโลยีครอบคลุมแทบจะทุกอย่าง หากเราไม่มีความรู้ในด้านนี้ การใช้ชีวิตในประจำวันของเราอาจติดขัดและพบเจอปัญหามากขึ้น เช่น หากเราจะทำธุรกรรมด้านการเงิน แล้วเราไม่รู้วิธีการใช้โมบายแบงค์กิ้ง เราก็จะต้องเสียเวลาเดินทางไปที่ธนาคาร

จำเป็นหรือไม่ ที่เราต้องเก่งรอบด้าน เก่งในทุกเรื่อง คำตอบนี้เราเท่านั้นคือคนที่รู้ดีที่สุด ถ้าความรู้นั้นมันสร้างประโยชน์ในแก่การดำเนินชีวิตในประจำวันของเรา ก็ถือว่าเราเก่งในด้านนั้นแล้ว การเก่งในด้านของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน บางคนเก่งในเรื่องการใช้กำลังด้านกีฬาต่างๆ จึงไม่แปลกใจเลยว่า ไม่ว่าจะลงเล่นกีฬาชนิดใด คนเหล่านั้นสามารถทำได้ดีเสมอ ศักยภาพในด้านการแก้ปัญหา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาขนาดใด เราก็สามารถแก้ไขได้เสมอ แม้ว่าจะต้องใช้เวลาในการดำเนินการ เช่น หากเราโอนเงินไปผิดบัญชี แน่นอนว่าปัญหานี้แค่ได้ยินชื่อ ก็สร้างความปวดหัวแล้ว โดยเฉพาะเรื่องเงิน เราสามารถเริ่มได้จากการติดต่อเจ้าของบัญชี ธนาคาร และลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจ และยื่นเรื่องไปที่ธนาคาร หากยังไม่ได้เงินคืน อาจจะต้องถึงเพจสื่อต่างๆที่สามารถสร้างแรงกดดันได้ และนี่คือการแก้ปัญหาในยุคดิจิทัล นอกจากนี้พื้นฐานการเรียนรู้ของเราก็มีส่วนสำคัญในการพัฒนาศักยภาพ ซึ่งบางคนเรียนจากหลักสูตรธรรมดา บางคนเรียนในหลักสูตร International school แต่ในท้ายที่สุดไม่ว่าจะเรียนจากหลักสูตรไหน หากเรามีใจรักที่จะพัฒนาตัวเอง เราก็จะสามารถต่อยอดความรู้ต่างๆได้เสมอ ในเว็บไซต์ภารกิจได้แชร์บทความไว้ว่า ในตอนที่เริ่มเข้าสู่โลกการทำงาน จำเป็นต้องมีทักษะ Hard Skills หรือทักษะทางวิชาชีพในงานนั้น อีกทั้งใช้เวลาหลายปีเพื่อฝึกฝนให้เกิดความชำนาญเฉพาะทางรวมถึงอาจเรียนเพิ่มเติมจากมหาวิทยาลัยในขั้นสูงขึ้นไป แต่ลำพังทักษะด้าน Hard Skills อย่างเดียวนั้นดูจะไม่เพียงพอที่จะทำให้ประสบความสำเร็จในการทำงานกับองค์กร สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นและเป็นที่ยอมรับคือ องค์กรส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับผู้ที่มีทักษะการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นหรือ Soft Skills ซึ่งเป็นทักษะที่ไม่มีสอนในมหาวิทยาลัย ถ้าต้องการก้าวหน้าในอาชีพ ดังนั้น Soft Skills จึงเป็นทักษะในการทำงานที่จําเป็นในอนาคต ซึ่งส่งผลต่อความก้าวหน้า เป็นส่วนช่วยให้ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ราบรื่น และประสบความสำเร็จ ทักษะการสื่อสารเป็นทักษะที่ต้องใช้อยู่เสมอ เนื่องจากการทำงานในองค์กรต้องติดต่อกับผู้อื่นตลอดเวลา เช่น หัวหน้า ลูกน้อง ผู้ร่วมงานในทีม ซัพพลายเออร์ รวมถึงติดต่อสื่อสารกับลูกค้าเพื่อเสนอขายสินค้าหรือบริการ การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ข้อมูลถูกต้องชัดเจน ตรงประเด็น ครบถ้วนสมบูรณ์ ไม่ตกหล่น รวมถึงรู้จักเลือกใช้คำพูดให้เหมาะสมกับสถานการณ์ นอกเหนือจากการพูดแล้ว การฟังก็เป็นสิ่งสำคัญในการสร้างทักษะการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ กล่าวคือ การเป็นผู้ฟังที่ดีจะทำให้เข้าใจสิ่งที่ผู้พูดต้องการอย่างแท้จริง ขณะรับฟัง ไม่ควรรีบด่วนสรุป หรือไม่อดทนฟังจนจบ ทำให้ไม่เข้าถึงความต้องการที่แท้จริงของผู้พูด และเป็นสาเหตุให้เกิดความล้มเหลวในการติดต่อสื่อสาร

 

ทักษะและประสบการณ์สร้างคนที่มีคุณภาพทั้งด้านความสามารถและทัศนคติที่ดี

บ้านสวนพอเพียง - 22 มิถุนายน, 2021 - 18:27
หมวดหมู่ของบล็อก: สังคม ครอบครัว

เมื่อครั้งเรายังเด็ก เราอาจจะตั้งคำถามกับตัวเองซ้ำๆว่า ทำไมเราต้องมาเรียนและเราจะได้ความรู้อะไรจากการเรียนเหล่านี้ การได้ลงมือทำและทดลองทำในสิ่งต่างๆที่ไม่เคยทำมาก่อน ทำให้เราสามารถตอบปัญหาที่ค้างคาใจได้ไม่มากก็น้อย ยิ่งไปกว่านั้น การที่เราล้มเหลวจากสิ่งที่เราทำ แน่นอนว่าความรู้สึกแรกที่ประดังเข้ามาเลยคือ ความเสียใจ ความผิดหวัง และความท้อแท้ที่ไม่อยากจะทำอะไรต่อไป แต่เมื่อเราพิจารณาว่า เราสามารถนำประสบการณ์เหล่านั้นมาวิเคราะห์ถึงจุดเด่นและข้อบกพร่องที่เรามี จากนั้นก็นำมาปรับปรุงทำให้ดีขึ้น

การที่จะเป็นคนที่มีคุณภาพทั้งด้านความสามารถและทัศนคตินั้น ต้องเกิดจากการปลูกฝังที่ดีจากครอบครัว รวมไปถึงการได้คลุกคลีกับคนรอบข้างที่ดีอีกด้วย นอกจากนี้ยังรวมไปถึง การที่เราไม่หยุดเพิ่มทักษะต่างๆ ทั้งการอ่านและการลงมือปฏิบัติ การได้เลือกเรียนในสถานศึกษาที่ตอบโจทย์ของตัวเราเองก็มีส่วนทำให้เรานั้นมีคุณภาพ แต่ไม่ใช่ว่าจะสถานศึกษาที่อื่นไม่ดี ซึ่งไม่ใช่ตรรกะที่ถูกต้องนัก ไม่ว่าเราจะจบมาจาก Top International school Bangkok ระดับจังหวัด หรือระดับประเทศ หรือจะมาจากระดับตำบล ถ้าพื้นฐานเราเป็นคนไม่หยุดนิ่งและพร้อมจะพัฒนาตนเองอยู่เสมอ ไม่ว่าเรื่องใด อุปสรรคใดก็สามารถแก้ปัญหาข้ามผ่านไปได้ ซึ่งในเว็บไซต์แมนพาวเวอร์ได้แชร์บทความเกี่ยวกับการเพิ่มทักษะไว้ว่า ในยุคปัจจุบันการพัฒนาทักษะในการทำงานถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่พนักงานและนายจ้างไม่ควรมองข้ามและสมควรที่จะให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เราสามารถแบ่งการพัฒนาทักษะการทำงานออกเป็นสองประเภท ประเภทแรกคือการพัฒนาทักษะทางด้านอารมณ์ (EQ) และ ประเภทที่สองคือการพัฒนาทักษะทางด้านความสามารถที่เป็นสิ่งที่จับต้องและวัดได้เช่นเพิ่มทักษะด้านภาษาอังกฤษ (English skill) เพิ่มทักษะในด้านการบริหารจักการ (management skill) ทักษะในการเป็นผู้นำ (leadership skill) และทักษะด้านการสื่อสาร (communication skill) เป็นต้น ซึ่งการพัฒนาทักษะการทำงานควรจะต้องพัฒนาทั้งสองประเภทควบคู่กันเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพที่สูงสุด การที่พนักงานจะมีพร้อมทั้งสองทักษะก็ถือว่าเป็นเรื่องไม่ง่ายนักแต่ก็ไม่ยากจนเกินไปที่จะพัฒนาไม่ได้ เทคนิคการพัฒนาทักษะการทำงานก็มีอยู่มากมายแล้วแต่มุมมองและความเหมาะสมของแต่ละบุคคลหรือองค์กรที่จะนำมาใช้เพื่อให้เข้ากับสภาพการทำงานและให้เข้ากับพนักงานให้มากที่สุด การพัฒนาทักษะการทำงานไม่ใช่เรื่องยาก แต่การปฏิบัติที่จะนำไปสู่ความสำเร็จต่างหากที่เป็นสิ่งที่ยาก ถ้าเรารู้สึกว่าไม่มีแรงจูงใจ ไม่มีความตั้งใจที่จะปฏิบัติ และไม่เห็นความสำคัญ เช่น คิดว่าทำไปก็เท่านั้น ทำไปก็คงไม่มีอะไรดีขึ้น เราอาจจะกำลังทำร้ายตัวเองทางความคิด เพราะฉะนั้นถ้าเราเป็นหนึ่งในบุคคลที่กำลังทำร้ายตัวเองทางความคิด เราควรปรับความคิดใหม่ให้คิดบวก สุดท้ายนี้เราทุกคนมีศักยภาพในการพัฒนาทักษะการทำงานของตนเองและคิดว่าทุกๆคนมีความรู้สึกและอยากที่จะให้ตัวเองมีความพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพียงแต่จะมีใครที่จะดึงความตั้งใจและความพยายามเหล่านั้นมาใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์มากกว่ากันท่านั้น

 

 

การดูแลสุขภาพฟันอาจจะเริ่มจากการเลือกคลินิกฟันที่เราพึงพอใจ

บ้านสวนพอเพียง - 21 มิถุนายน, 2021 - 18:34
หมวดหมู่ของบล็อก: สุขภาพ

ใครบ้างที่ไม่กลัวหมอ ไม่ชอบไปโรงพยาบาล แม้จะโตจนเป็นวัยผู้ใหญ่แล้ว แต่อาการดื้อรั้นที่ไม่อยากจะไปโรงพยาบาลเพื่อพบแพทย์ก็ยังมีอยู่ อาจจะมาจากความทรงจำที่ไม่ค่อยดีนักในอดีตที่ฝังใจเรา ทำให้เราขยาดกับการไปโรงพยาบาล อาการที่หนักเลยก็คือ การกลัวหมอฟัน หรือทันตแพทย์ เพราะความเจ็บปวดที่ได้รับนั้นช่างตราตรึงอยู่ในทุกเสี้ยวของความทรงจำ ไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่แสงไฟที่สาดลงมา รวมไปถึงการลงเข็มฉีดยาชาของหมอที่เรียกน้ำตาจากเราเสมอ

เพราะเราไม่สามารถหนีความกลัวนี้ไปได้ตลอด การได้มีหมอที่เข้าใจ ไว้วางใจของคนไข้จึงถือว่าเป็นโบนัส ความสบายใจจากการไปพบแพทย์เปรียบได้กับการไปพบเพื่อนคนสนิทที่เราฝากผีฝากไข้ไว้ได้ในยามที่เราเจ็บป่วย ไม่ต่างจากคลินิกทำฟัน ที่เราไปหลายที่กว่าจะเจอที่ถูกใจ ตั้งแต่การบริการ การดูแลและการรักษาของหมอฟันที่ทำให้เราลดความกังวลและความกลัวได้ Bangkok dental clinic คลินิกหมอฟันในเขตกรุงเทพมหานครนั้นก็มีให้เลือกอย่างหลากหลายและการเดินทางยังสะดวกสบายดอีกด้วย หลายๆที่นั้นอยู่ในห้างสรรพสินค้าและตามเส้นทางรถไฟฟ้าและรถไฟใต้ดิน นอกจากนี้อาหารบำรุงกระดูกมีความสำคัญต่อสุขภาพร่างกายอยู่ไม่น้อย เพราะอาจช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับกระดูกตั้งแต่อายุยังน้อย และลดความเสี่ยงจากปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดกับกระดูก ซึ่งเกิดขึ้นได้ง่ายเมื่อมีอายุมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโรคกระดูกอ่อน โรคกระดูกพรุน ภาวะกระดูกหักจากอุบัติเหตุหรือหกล้ม บทความนี้ได้รวบรวมอาหารที่มีประโยชน์ต่อกระดูกและหารับประทานได้ง่าย ซึ่งปกติแล้ว กระดูกของคนเราจะมีสุขภาพที่ดีและคงความแข็งแรงไว้ได้ก็ต่อเมื่อได้รับสารอาหารที่จำเป็นอย่างต่อเนื่อง นั่นก็คือแคลเซียมและวิตามินดี โดยแคลเซียมจะช่วยสร้างและบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง ส่วนวิตามินดีจะช่วยควบคุมระดับแคลเซียมและฟอสเฟตภายในร่างกาย โดยในแต่ละวัน ร่างกายต้องการปริมาณแคลเซียมและวิตามินดี ทั้งในส่วนแคลเซียม ที่ผู้ใหญ่ทั่วไปควรได้รับแคลเซียมในปริมาณ 1,000 มิลลิกรัม หากมีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป ควรได้รับในปริมาณ 1,000-1,200 มิลลิกรัม วิตามินดีสำหรับผู้ที่มีอายุ 1-70 ปี ควรได้รับวิตามินดีในปริมาณ 600 IU หากอายุมากกว่า 70 ปีขึ้นไป ควรได้รับในปริมาณ 800 IU นอกจากแคลเซียมและวิตามินดีแล้ว ยังมีสารอาหารอื่น ๆ ที่มีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตและการพัฒนาของกระดูก เช่น โปรตีน ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม แมงกานีส สังกะสี วิตามินเค เป็นต้น การรับประทานอาหารให้ครบตามหลักโภชนาการเป็นวิธีดูแลร่างกายง่าย ๆ ที่มีประโยชน์ต่อกระบวนการสร้างกระดูกให้แข็งแรงเป็นอย่างมาก มาดูตัวอย่างอาหารบำรุงกระดูกที่เหมาะสำหรับคนทุกช่วงวัย ไม่ว่าจะเป็น ปลาที่มีกรดไขมันจำเป็นแหล่งวิตามินดีที่มีส่วนช่วยในการดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่ร่างกาย โดยเฉพาะปลาที่หาซื้อได้ง่าย เช่น ปลาทู ปลาซาร์ดีน ปลาทูน่า ปลาแซลมอน เป็นต้น ยิ่งไปกว่านั้นกรดไขมันจำเป็นอย่างกรดไขมันโอเมก้า 3 ยังมีส่วนช่วยในกระบวนการสร้างกระดูกและป้องกันการสูญเสียมวลกระดูกอีกด้วย

 

 

สวนผักในต่างแดน

บ้านสวนพอเพียง - 18 มิถุนายน, 2021 - 04:51
หมวดหมู่ของบล็อก: เศรษฐกิจพอเพียง

ตั้งแต่ย้ายรัฐมาอยู่รัฐวอร์ชิงตัน ไม่ค่อยมีแดดให้ปลูกผักเท่าที่ควร ปีนึงจะมีแแดให้ปลูกผักได้แค่ 3เดือน

บางครั้งผักยังไม่โตเต็มที่เลย หนาวก็มาซะก่อน 

แต่ก็ยังรักการปลูกเหมือนเดิม

ภาพมันกลับหัวกลับหาง รบกวนเอียงคอดูเอาละกันนะค่ะ แก้ไขไง เราทำไม่เป็น ฮ่าๆๆๆ 

เป็นเวลากว่า 3ปี ที่ไม่ได้ลง Blog เกิดอาการมึนงง สับสน 555+ 

อันนี้ บัวหิมะค่ะ ที่อเมริกา ขายดีมาก ปลูกไม่ทัน

 

 

มันนี้คือ มะเขือเทศค่ะ แต่จำไม่ได้ว่าสายพันธุ์ใหน รอดูผลตอนโตอย่างเดียว

 

อันนี้ มันฝรั่งค่ะ ปลูกรวมๆกัน มีทั้งมันฝรั่งสีแดง สีน้ำตาล และสายพันธุ์ fingerling potatoes

กิจกรรมที่สร้างจินตนาการและต่อยอดความรู้ให้แก่เด็กทุกวัย

บ้านสวนพอเพียง - 14 มิถุนายน, 2021 - 19:45
หมวดหมู่ของบล็อก: อื่นๆ

ในช่วงที่เด็กๆหลายบ้านจะต้องเรียนออนไลน์และไม่ได้ไปโรงเรียน ไปทำกิจกรรมและพบปะเล่นกันกับเพื่อนๆในวัยเดียวกัน พ่อแม่ผู้ปกครองแทบจะเอามือก่ายหน้าผาก และเกิดความเครียดอย่างมาก เพราะต้องทำงานและเฝ้าระวังดูแลตนเองในการเดินทางออกไปทำงานเพื่อไม่ให้ติดโรคระบาดอย่างโควิด-19 ที่ถ้าติดขึ้นมาแล้วจะสร้างความเดือดร้อนอย่างมากให้แก่คนในครอบครัว เพราะหลายๆครอบครัวนั้นมีทั้งผู้สูงอายุและเด็กๆที่มีความเสี่ยงในการติดโรค รวมไปถึงอาจมีอาการแย่ลงกว่าคนที่มีภูมิคุ้นกันสูงอีกด้วย

เพราะข้อจำกัดในการเรียนออนไลน์ของลูกๆหลานๆและเด็กในบ้าน พ่อแม่และผู้ปกครองจึงได้เสาะหาวิธีที่จะสร้างทักษะและพัฒนาความรู้ความสามารถของเด็กในแต่ละวัย ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้จะต้องสร้างจินตนาการและต่อยอดความรู้เหล่านี้ แม้ว่าเด็กๆจะเรียนโรงเรียนแต่ละที่ที่มีความแตกต่างกัน เช่น โรงเรียรรัฐบาล โรงเรียรเอกชน หรือจะเป็น โรงเรียนอินเตอร์กรุงเทพ ซึ่งทุกที่นั้นต่างก็วางรากฐานการศึกษาตามหลักสูตร เราแค่ต้องเสริมในด้านพัฒนาการที่เด็กต้องการตามความสนใจในแต่ละคน ซึ่งทางคิดส์แอคทีฟเพลย์ได้แชร์ไว้ว่า พัฒนาการของเด็กแต่ละช่วงวัยจะมีความแตกต่างกัน ดังนั้นผู้ปกครองควรใส่ใจ ในการเสริมสร้าง ทักษะ ประสบการณ์ที่เหมาะสมตามวัย เพื่อให้เด็กๆได้เรียนรู้ เป็นการวางรากฐานชีวิตที่จะส่งผลต่อความเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย สติปัญญา โดยเด็กช่วง 1-3 ปี เด็กน้อยวัย 1 ปีเริ่มเดินได้แล้ว จึงควรให้เด็กได้เล่นหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อพัฒนากล้ามเนื้อ การอ่านนิทานให้ฟังบ่อย ๆ จะช่วยเสริมสร้างความผูกพัน ทักษะภาษา และพัฒนาการทางอารมณ์ เด็กน้อยวัย 3-5 ปี จะชอบ เล่นระบายสี ฟังนิทาน ฟังเพลง ร้องเพลง วิ่งเล่น กระโดดโลดเต้น ปีนป่ายเครื่องเล่นในสนาม พอช่วง 5-8 ปี จะชอบเล่นกันเป็นกลุ่ม พอโตประมาณ 12 ปีขึ้นไป ทักษะ การเรียนรู้ต่างๆที่ผู้ปกครอง ฝึกฝนจะเริ่มปรากฎผลชัดเจน ถ้าปล่อยให้เล่นกลางแจ้ง เล่นกีฬาก็จะชอบกีฬา หรือถ้าปล่อยให้ดูทีวี ชมละคร ฟังเพลงเป็นประจำครั้งละนานๆ ก็อาจจะกลายเป็นคนชอบการแสดง ชอบร้องรำ ทำเพลง หากผู้ปกครอง หมั่นสังเกตพฤติกรรม พัฒนาการของเด็กๆ ลูกๆในช่วงปฐมวัย แล้วสามารถค้นพบจุดเด่นได้ มีการส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง จะกลายเป็นการเพิ่มพูนทักษะ อาจสะท้อนผ่านกิจกรรมด้านศิลปะ ซึ่งมีทั้งดนตรี การวาดภาพ จะเป็นการเสริมสร้างจินตนาการได้อย่างดี กิจกรรมด้านศิลปะนั้น ต้องพิจารณษความเหมาะสมด้วยว่า เด็กมีความชื่นชอบด้านใด ไม่ว่าจะเป็นการวาดภาพ ระบายสี โดยการปล่อยให้เด็กๆได้ขีดเขียน ระบายไปตามความตั้งใจ ไม่ต้องไปบีบบังคับ สร้างกรอบของการวาดภาพ ระบายสี รวมถึงกิจกรรมด้านดนตรี ทั้งการฝึกฝนเครื่องเล่น ประเภทต่างๆที่เหมาะสม และโอกาสที่จะได้รับในเส้นทางชีวิต ศิลปะนั้น ได้รับการยอมรับว่า เป็นองค์ประกอบที่เสริมสร้างจินตาการของเด็กได้เป็นอย่างดี สามารถเรียนรู้พัฒนาการตามช่วงวัยได้ โดยทางการแพทย์ มีศาสตร์ด้านศิลปะบำบัด ด้านอารมณ์ เพื่อพัฒนา ปรับเปลี่ยนบุคลิกภาพ เช่น ลดความกร้าวร้าว การมีสมาธิที่ดีขึ้น เป็นต้น

 

ปลุก Passion และสร้างแรงบันดาลใจเพื่อต่อเติมฝัน

บ้านสวนพอเพียง - 14 มิถุนายน, 2021 - 19:43
หมวดหมู่ของบล็อก: ข้อคิดสะกิดใจ

หลายคนวิ่งตามความฝันตั้งแต่วันแรกที่ค้นพบตัวเองว่าต้องการอะไร อยากเป็นอะไร และความฝันนั้นมีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน การเผื่อใจกับความผิดหวัง ย่อมเป็นการเตรียมตัวรับมือกับความเสียใจที่อาจทำให้เราอ่อนแอและใช้เวลาสักพักเพื่อที่จะลุกขึ้นมาเข้มแข็งและพร้อมเดินไปข้างหน้าเพื่อทำตามฝันได้อีกครั้ง และในครั้งนี้ เราจะแกร่งกว่าเดิม แม้ว่าจะมีความผิดหวังและความบอบช้ำจากบาดแผลครั้งก่อน แต่เราจะรับมือกับความผิดหวังนั้นอย่างความเข้าใจมากยิ่งขึ้น

เมื่อพิจารณาแรงขับเคลื่อนที่จะพาเราคว้าความฝันและความสำเร็จนั้นได้ ก็คงไม่พ้น Passion ซึ่งในแต่ละคนก็มีไม่เท่ากัน และไม่เหมือนกัน บางคนไม่มี Passion ใดๆ แค่ทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ลึกๆแล้วอาจจะรู้สึกว่างเปล่า และพยายามตั้งคำถามกับตัวเองว่าสิ่งที่ทำอยู่ ณ ตอนนี้คือ สิ่งที่ต้องการจริงๆหรือเปล่า ส่วนบางคนที่ใช้ Passion ดั่งเชื้อเพลิงที่เติมพลังกายพลังใจให้แก่ตัวเอง ก็อาจจะต้องตั้งคำถามกับตัวเองบ่อยๆเช่นกันว่า ถ้าเราไม่สมหวังกับสิ่งที่วิ่งตามหาอยู่ เราจะยังมีความสุขหรือไม่ และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ความฝันเหล่านั้นได้ถูกเติมเต็มแล้วด้วยความพยายามและการเดินทางของเรา สิ่งนี้ปลูกฝังมาตั้งแต่การเลี้ยงดูจากพ่อแม่ ผู้ปกครอง ตลอดจนจากการปลูกฝังจากโรงเรียน ซึ่งก็มีการเข้าเรียนที่หลากหลาย เช่น เรียนรัฐบาล เรียนเอกชน หรือ เรียนอินเตอร์ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือ การเฝ้าถามตัวเอง พูดคุยกับตัวเองและให้กำลังใจกับตัวเองเสมอ การสร้าง Passion นอกจากเริ่มจากตัวเราแล้ว เรายังสามารถหาจากสิ่งรอบข้าง หรือนำตัวเองไปสู่ สิ่งแวดล้อมที่ดี แต่ในความเป็นจริงนั้นไม่ง่ายเลย ในการออกไปหา Passion ท่ามกลางความวุ่นวายของกรุงเทพ ปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ที่อยู่รอบตัว ล้วนเป็นความท้าทายต่อการดำเนินชีวิตอย่างไม่มีที่สิ้นสุด จะดีแค่ไหนถ้าเราสามารถเปลี่ยนปัญหาเหล่านี้เป็นเรื่องง่ายที่ให้เราทำสิ่งต่างๆ ได้อย่างใจต้องการ เปลี่ยนการจราจรที่ติดขัด เป็นการเดินทางที่คล่องตัว มีพื้นที่สีเขียวมากขึ้น เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น เปลี่ยนพื้นที่แออัดให้กลายเป็นพื้นที่ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ, เปลี่ยนชีวิตรีบเร่ง เป็นการใช้ชีวิตในแบบ Live Work –Play เพื่อบาลานซ์ในการใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ และมีความสุขในทุกมิติ ลองค้นหาว่าอะไรที่ทำให้รู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้ทำมัน ลองสำรวจตนเองว่าชอบอ่าน ชอบดู หรือสนใจเรื่องไหนเป็นพิเศษ ความฝันคืออะไร สิ่งใดที่อยากเป็น หรืออะไรอยากทำจริงๆ ลองเขียนมันออกมาให้หมด เรียนรู้จากคนรอบข้าง พูดคุยกับคนที่ประสบความสำเร็จในสิ่งที่อยากเป็น ศึกษาว่าต้องเรียนรู้อะไรบ้าง เพื่อพัฒนาให้สำเร็จตามเป้าหมาย ทดลองลงมือทำตามความฝัน และพยายามแม้อาจมีอุปสรรค หรือความล้มเหลวระหว่างการบรรลุเป้าหมาย อย่าบอกว่าไม่มีเวลา เพราะถ้ามันคือสิ่งที่รัก มีความสุขกับการทำมัน จะสามารถหาเวลาทำสิ่งนั้นได้ไม่มีเบื่อ หรือคำว่าเหนื่อยเลย มีความสุข และอดทนกับการทำสิ่งที่รักและหลงไหล มันอาจต้องใช้เวลาในการทำให้สำเร็จ ที่สำคัญต้องไม่หมดความพยายามไปเสียก่อน

 

 

หน้า

Subscribe to โรงพยาบาลภักดีชุมพล จังหวัดชัยภูมิ ตัวดึงฟีด