ตัวรวบรวมแหล่งข่าว

อัพเดต Farm Cafeไร่สุโขทัยนี้ดี

บ้านสวนพอเพียง - 16 มกราคม, 2018 - 21:34
หมวดหมู่ของบล็อก: อื่นๆ

สวัสดีเพื่อนสมาชิกบ้านสวนพอเพียงทุกท่านครับ ก่อนเขียน Blog นี้ผมลองย้อนกลับไปดู (Review)ในรอบปีที่ผ่านมาว่าได้เขียน Blog อะไรไปบ้าง (รู้สึกจะเริ่มหลง ๆ ลืม ๆ บ้างแล้ว -แก่) ปี 2560 ที่ผ่านไปก็เพิ่มอายุขึ้น เอ้ย!ประสบการณ์ด้านการเกษตรเพิ่มขึ้นอีกนิดหนึ่ง เช่นเดิมครับมีหลายสิ่งหลายอย่างที่อยากทำ แต่ก็ทำได้บ้าง ทำไม่ได้บ้าง (ไม่ได้ทำนั่นเอง) นั่งนึกดูตั้งแต่ต้นปีก็สูญเสียเจ้า "ถ้วยฟู" (หยิบยืมชื่อมาใช้เขียน Blog นี้) อยู่กันมาได้ 16 ปี ก็จากไปด้วยอาการสงบตามวัยอันควร เกิด-แก่-เจ็บ-ตายเป็นวัฎจักรธรรมชาติที่เรารับรู้แต่ก็อดใจหาย-และคิดถึงไม่ได้เวลาเหงา ๆ ในรอบปีที่ผ่านมาก็ดำเนินชีวิตตามปรกติ ทำงานประจำบ้าง ทำงานอดิเรกตามใจตัวเองบ้าง (งานเกษตร ณ ไร่สุโขทัยนี้ดี) ท่องเที่ยวพักผ่อนบ้างตามโอกาส  เช่นเดิมครับ ผมขอย้อนดูเป้าหมายของปี 2560 ที่ได้วางไว้ครับมีอะไรที่ได้ทำไปแล้วหรือยังไม่ได้ทำอย่างไรบ้าง

 ดอกไม้ต้นเล็ก ๆ ปลูกให้สวยงาม แต่ก็พอขายได้บ้างครับ

เป้าหมายสำหรับปี 2560 ที่ตั้งใจไว้

1. พัฒนา farm cafe' ไร่สุโขทัยนี้ดี ให้เป็นร้านกาแฟที่อยู่ในใจคน (ให้นึกถึงและแนะนำบอกต่อกัน ยังมีปัญหาที่ต้องแก้ไขและปรับปรุงรออยู่อีกเยอะเลยครับ)

2. ทำแปลงผักและสวนสมุนไพรที่ farm cafe' ไร่สุโขทัยนี้ดี ตามที่ตั้งใจไว้ตามสโลแกน "ขี่ม้า จิบกาแฟ ชมสวนสมุนไพร" ถ้าเป็นไปได้อยากจะขึ้นส่วนหนึ่งเป็นร้านขายต้นไม้ ดอกไม้และผลไม้ ผมคงจะต้องหัดเพาะชำต้นไม้จริง ๆ จัง ๆ แล้ว (งานจะงอกขึ้นอีกแล้ว)

3. ทำกิจกรรมให้บ่อยขึ้น (อยากจัดทุกเดือนเลยครับ แต่ก็ติดขัดข้อจำกัดอย่างที่กล่าวไว้ด้านบน) เฉพาะหน้านี้ตั้งใจจะทำแคมปิ้ง สอนดูดาว เล่นรอบกองไฟ นอนเต้นท์ ตักบาตรตอนเช้า ยังไม่รู้เลยครับว่าจะมีโอกาสทำหรือเปล่า?

เป้าหมายแรกการพัฒนา farm cafe' ไร่สุโขทัยนี้ดีให้เป็นร้านกาแฟที่คนรู้จักมากขึ้น ก็แนะนำผ่านทาง Social Media เช่น Facebook รวมทั้งมีเพื่อนฝูงแนะนำและลูกค้าบางท่านก็บอกต่อ ๆ กัน พยายามสร้างจุดเด่นร้านกาแฟบรรยากาศท้องทุ่ง Style Farm Cafe ที่สามารถพาลูกหลานมาพักผ่อน เล่นสนามทราย ขี่ม้า ดูต้นไม้ใบหญ้า นาข้าว และหากมีเวลาก็จัดกิจกรรมสำหรับครอบครัวโดยมากก็จะเป็นงานฝีมือ+งานเกษตร หลาย ๆ ท่านที่พาลูกหลานมาร่วมกิจกรรมก็อยากจะให้จัดบ่อย ๆ และเท่าที่ได้ทดลองทำกิจกรรมแต่ละครั้งดูแล้ว ก็ถือว่าไปได้ดีมีคุณพ่อคุณแม่พาลูกหลานมาร่วมกิจกรรมเต็มทุกครั้งครับ ปัญหาหนักอกคือผู้จัดไม่มีเวลาทำเสียมากกว่า เช่น โรงเรียนหรือศูนย์เด็กเล็กจะพาเด็ก ๆ มาในวันปรกติ (จันทร์-ศุกร์) ซึ่งผมยังทำงานประจำไม่สามารถปลีกตัวไปได้ครับ จะลาทุกศุกร์เดี๋ยวเจ้านายจะมองหน้าเอาครับ (แต่ Boss อยู่ต่างประเทศ อยากจะมาขี่ม้ามากเลย 55)

สำหรับข้อสองแปลงผักและสวนสมุนไพรยังไม่ได้เริ่มลงมือจริงจังเลย สาเหตุหลัก ๆ คือตอนแรกที่จะทำปรากฏว่าน้ำท่วมบริเวณที่เล็งไว้ และก็เริ่มทำนาแปลงเล็กในพื้นที่เดียวกัน ก็เลยคิดว่ารอให้ทำนาเกี่ยวข้าวให้เสร็จเรียบร้อยเดี๋ยวจะจัดการใหม่อีกที มาในปีนี้น่าจะได้ทำจริง ๆ ซะที ความจริงก็ปลูกพืชสมุนไพรไว้นิด ๆ หน่อย ๆ แต่ไม่ได้เป็นแปลงแต่อย่างใด

ส่วนข้อ 3 กิจกรรมที่ได้ทำไว้คือ กิจกรรมขี่จักรยานท่องเที่ยว ทำผ้ามัดย้อม (ชิโบริ) ทำขนมกล้วย ปลูกข้าว วาดสีกระถางดิน ถักเชือกเมคราเม่ เกี่ยวข้าว วิ่งว่าว ศิลปะเมล็ดพืช วาดรูป ปั้นดิน ส่วนกิจกรรมกางเต้นท์-รอบกองไฟ มีโรงเรียนสนใจติดต่อมาจะให้จัด แต่เนื่องด้วยสถานที่และอุปกรณ์ (ห้องน้ำ-เต้นท์ที่พัก) ยังไม่พร้อมสำหรับเด็กจำนวนมากที่จะมาค้างคืน เลยคาดว่าคงยังไม่สามารถจัดกิจกรรมในเร็ว ๆ นี้

ส่วนที่ไม่ได้คิดจะทำแต่ทำขึ้นมา น่าจะเป็นส่วนของสัตว์เลี้ยง มีคนให้กระต่ายมา ก็เลยจัดการหาคอกมาให้ สร้างค้างสำหรับมะระ ทำกรงไก่และเริ่มเลี้ยงไก่ไข่ขึ้นอีกครั้ง ไร่สุโขทัยนี้ดีก็พัฒนาการไปแบบช้า ๆ ถึงช้ามาก ๆ ครับ (แหม่ ไม่ทันใจวัยรุ่นเลย เอ๊ะ! เดี๋ยววัยรุ่นเดี๋ยวแก่ 555)

 แปลงนาข้าวไรซ์เบอร์รี่ น่าจะได้เกี่ยวภายใน 2 อาทิตย์นี้

สำหรับเป้าหมายสำหรับปี 2561 ที่ตั้งใจไว้

1. สร้างสวนสมุนไพรและแปลงผัก (ปีนี้ต้องทำให้จงได้)

2. สร้างสรรค์กิจกรรมใหม่ ๆ สำหรับครอบครัวขึ้นทั้งงานฝีมือ (คุณภรรยาจัดการ) และงานเกษตร สอนเด็กจับแมลง จับปลา หรือกิจกรรมหาอยู่หากิน เพื่อนสมาชิกแนะนำกิจกรรมมาได้เลยครับ ถ้าผมมีความสามารถพอจะทำได้จะทดลองทำดูครับ

3. เริ่มหัดเพาะชำต้นไม้ ทั้งไม้กระถางไม้ดอก ไม้ผล ลองดูเผื่อมีผู้คนมาทานกาแฟอาจจะสนใจซื้อหาบ้าง

กิจกรรมขี่ม้าก็เป็นที่ชื่นชอบของเด็ก ๆ

 ทดลองเลี้ยงไก่ไข่อีกครั้ง

ดูเหมือนเป้าหมายผมจะหดลงจากทุก ๆ ปี หลังจากเรียนรู้ว่าอุปสรรคทางด้านเวลาเป็นสิ่งที่สำคัญมากและโดยมากมักจะมีงานที่ไม่ได้คิดถึงมันจะงอกมาเองจากไหนก็ไม่รู้อาทิเช่น งานซ่อมแซมปรับปรุงสถานที่ อย่างไรก็ดีผมยังคงใช้เวลาวันหยุดทำงานอดิเรก (งานเกษตร) ตามที่ชอบต่อไปเรื่อย ๆ หากมีเวลาว่างก็นั่งอ่านหนังสือหรือเดินทางท่องเที่ยวตามที่ชอบครับ เพื่อนสมาชิกบ้านสวน ฯ หากท่านใดมีโอกาสก็มาอัพเดพ Blog สวน/ไร่ของตัวเองบ้างนะครับ อยากดูเพื่อน ๆ คนเกษตรทำอะไรกันบ้าง สวัสดีครับ

แจกทานวัดหนองป่าพงปี61

บ้านสวนพอเพียง - 12 มกราคม, 2018 - 12:35
Keywords: วัดหนองป่าพงหลวงปู่ชาหมวดหมู่ของบล็อก: อาหาร

 

 

ครบรอบ 100 ปี ชาตกาล พระโพธิญาณเถร (หลวงปู่ชา สุภัทโท)
งานอาจริยบูชาหลวงปู่ชา สุภัทโท 12-17  มกราคม 2561

 

 

 

แจกทานวัดหนองป่าพง60https://www.bansuanporpeang.com/node/29589

 

 

แจกทานวัดหนองป่าพง59 https://www.google.com/url?q=https://www.bansuanporpeang.com/node/29308&...

 

 

แจกทานหนองป่าพง58  https://www.google.com/url?q=https://www.bansuanporpeang.com/node/28806&...

 

 

แจกทานวัดหนองป่าพง57https://www.google.com/url?q=https://www.bansuanporpeang.com/node/27788&...

 

ไปแจกทานวัดหนองป่าพง56 https://www.google.com/url?q=https://www.bansuanporpeang.com/node/25608&...

 

 

แจกทานวัดหนองป่าพง55 http://www.bansuanporpeang.com/node/8934

 

 

รวมพลอุบลแจกทานวัดหนองป่าพง54  http://www.bansuanporpeang.com/node/19641

 

 

 

แจกทานหนองป่าพง 53  

 

http://www.bansuanporpeang.com/node/749

 

สวัสดีปีใหม่ 2561 (Happy New Year 2018)

บ้านสวนพอเพียง - 3 มกราคม, 2018 - 21:07
Keywords: สวัสดีปีใหม่หมวดหมู่ของบล็อก: อื่นๆ

สวัสดีปีใหม่ 2561 เพื่อนสมาชิกบ้านสวนพอเพียงทุกท่านครับ ปีนี้ขอส่งความสุขแด่เพื่อน ๆ ด้วยกล่องของขวัญจากไร่สุโขทัยนี้ดีครับ  ขอให้ทุกท่านจงมีสุขภาพกายที่แข็งแรง สุขภาพใจสดชื่นแจ่มใส ประสบความสุขความสำเร็จดังที่ได้ตั้งใจไว้ครับ

กล่องของขวัญทำจากใบตาลโดยชาวบ้านจากทุ่งเสลี่ยม ภายในคัดเลือกขนมขึ้นชื่อของสุโขทัย ได้แก่ถั่วทอดสุโขทัย (อย่าลืมอุดหนุนถั่วทอดลอนศิลปนะครับ อิอิ สาขาไหนก็ได้ครับของญาติ ๆ บ้านคุณภรรยา -ความจริงคุณเธอนี่ก็ต้นตำหรับสืบถอดการทำถั่วทอดมาจากคุณย่าทั้งสามโดยตรงเสียแต่ยังไม่มีเวลาทำเองครับ) ฟังทอง กล้วยฉาบ และขนมผิงก็ล้วนเป็นผลิตภัณฑ์จากจังหวัดสุโขทัย (สนับสนุนกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น) ครับ กล่องของขวัญทำแจกเพื่อน ๆ ที่ทำงานและเพื่อนสนิทครับ ผมก็ยังแจกไม่ทั่วเหมือนกัน (งบหมดครับ 55) พบกันใหม่ Blog หน้าสวัสดีครับ

 

วงจรชีวิต ของผีเสื้อ(กระท้อน)แสนสวย

บ้านสวนพอเพียง - 3 มกราคม, 2018 - 17:30
Keywords: วงจรชีวิต ของผีเสื้อหมวดหมู่ของบล็อก: ธรรมชาติ

สวัสดีปีใหม่ ค่ะ เพื่อนๆสมาชิกบ้านสวนพอเพียงทุกท่าน มีความสุขมากๆ เขียนบล็อคกันมาบ้าง นะคะ .... วันนี้ บัว ขอสำเสนอ วงจรชีวิต ของผีเสื้อ จากใบกระท้อน(ซึ่งแปลกมาก) ธรรมชาติจริงๆ ท่านที่ทราบแล้ว ก็ถือว่า อ่านอีกเพื่อทบทวนความทรงจำ สำหรับ ท่านที่ยังไม่เคยทราบ ก็ได้ความรู้เพิ่มเติม

เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อผีเสื้อตัวผู้-ตัวเมีย วัยเจริญพันธุ์สองตัว มาเจอกัน รักกัน จึงพร้อมใจกัน ใช้ใบของต้นกระท้อน เป็นสถานที่สร้างครอบครัว .... เหตุการณ์ ต่างๆทั้งสุขและเศร้า จึงเกิดขึ้น ดังต่อไปนี้ ค่ะ

ตัวเมีย จะมีไข่ประมาณ 100 ใบอยู่ในตัว แต่ ทางฝ่ายตัวผู้แต่ละตัวจะมีน้ำเชื้อ ผสมได้ เพื่อไข่ประมาณ 50 ใบ ฉะนั้นตัวเมียจึงต้องการตัวผู้เพิ่ม เพื่อให้เพียงพอกับไข่ที่มี อาจจะ 1,2 หรือ 3 ซึ่งนางจะเป็นผู้กำหนดได้เอง ว่าเพียงพอ หรือยัง (โอ.....) ทางด้านตัวผู้แต่ละตัว เมื่อทำหน้าที่พ่อพันธุ์ เรียบร้อยแล้ว ก็พลีชีพ เพื่อชาติพันธุ์ หมายถึง ผสมพันธุ์เสร็จ ก็ตาย ทุกตัว (โถ .... ช่างน่าสงสาร)

หลังจากสิ้นแล้วซึ่งตัวผู้ ... ฝ่ายตัวเมียก็วางไข่ทายาทอันเป็นที่รัก เป็นการวางไข่ ที่นาอัศจรรย์ จริงๆ นางยิงไข่ไปที่ใบกระท้อน เหมือนรัวปืน เป๊าะๆๆๆๆๆ แม่นมาก(พี่บัว นั่งชม จนจบ) เมื่อวางไข่เรียบร้อย ตัวเมียก็เสียตาย ตามตัวผู้ไป เหมือนเป็นการฝากลูกไว้กับ ต้นกระท้อน

                          

ประมาณ 1 อาทิตย์ หลังจากวางไข่ ... ตัวอ่อน ก็เริ่มฟักเป็นตัว ออกมา(กินใบกระท้อนเป็นอาหาร) ช่วงนี้ศัตรู ที่คอยทำร้าย คือ มด และแมงมุม ... การที่ตัวเมียวางไข่ไว้ 100 ใบ นั้น ไม่แน่ใจว่า ฝ่านเข้าสู่กระบวนการ เติบโต สักมากน้อยเพียงใด กว่าจะผ่านด่านโหด เพียงลำพัง ได้

                       

จากตัวเล็ก ก็กลายเป็นหนอนผีเสื้อ ตัวเต็มวัย ... ผ่านการลอกคราบมาทั้งหมด 5 ระยะ(ประมาณ 1 เดือน) จนระยะ สุดท้ายแข็งแรง เต็มที่ ตัวประมาณ นิ้วโป้ง(หัวแม่มือ อย่างใหญ่)

เมื่อเต็มวัยแข็งแรงเต็ม ที่แล้ว ก็เข้าถึงภาวะการ คาย น้ำลาย ออกมา เหนียวๆชักใย เพื่อทำรัง(แคปซูล)(เหมือนนกนางแอ่น)ให้กันตัวเอง (ขาก) น้ำลายออกมา ใช้เวลา 1 วัน 1คืน เต็มๆ

ถ้าเพื่อนหนอน ด้วยกันเห็นว่า กระท้อนใบนี้ เพื่อนจองแล้ว พวกมันก็จะไปหาใบใหม่ เพื่อจะ คายน้ำลายอกมาสร้าง ทีอยู่อาศัยต่อไป เป็นการยืนยันได้ว่า ใน 1 แคปซูล จะมีตัวเต็มวัยอาศัยอยู่แค่ 1 ตัว เท่านั้น

เมื่อสร้างเกราะ ป้องกันตัวเองแล้ว ตัวเต็มวัย จะอาศัย อยู่ในบ้านนี้ ประมาณ 1 เดือนครึ่ง ซึ่งนาน กว่า หนอนผีเสื้อจากต้นไม้ต้นอื่น  และต้นกระท้อนนี้  จะมีดักแด้ อยู่ได้นานถึง 6 เดือน จึงค่อยออกมา จากแคปซูล ... อาจจะเป็นด้วยสภาพอากาศ หรือนอนเพลิน หรือไม่สบาย อย่างไร ไม่อาจทราบได้

แต่เรื่องที่ธรรมชาติสร้างมา ให้ พวกเรา ประหลาดใจ ก็คือ ผีเสื้อ พวกนี้  จะไม่เคยทำให้ต้นกระท้อนลำบากใจเลย กระท้อนจะออกดอกประมาณ ปลาน มกราคม ถึง เดือนกุมภาพันธ์ เก็บเกี่ยวผลกระท้อน ได้ประมาณ เดือน กรกฏาคม จากนั้น เหล่าผีเสื้อ จึงทำการ ขอพื้นที่ ... เป็นประจำเช่นนี้ ทุกปี .. เป็นธรรมชาติ ที่เกื้อกูลกัน อย่างลงตัว

ขอบคุณบ้านสวนพอเพียง ที่ให้พวกเราได้ใช้พื้นที่ในเวปฯนี้ร่วมกัน รวมทั้งขอบคุณสมช.ทุกท่านที่ติดตามอ่าน จนจบ สวัสดีค่ะ 

 

" ไม่มีทุนทำเกษตร ? "

บ้านสวนพอเพียง - 2 มกราคม, 2018 - 17:34
Keywords: เกษตรทฤษฎีใหม่หมวดหมู่ของบล็อก: ข้อคิดสะกิดใจ

" ไม่มีทุนทำเกษตร ? "...

เมื่อพูดถึง "ทุน" ใคร ๆ ต่างก็พากันคิดแต่เรื่องเงิน ความจริงทุนมีหลากหลายหลายคนคิดทำการเกษตรแนวทฤษฎีใหม่ บอกทำไม่ได้เพราะไม่มีทุน นั่นคือมองว่า ทุนคือ "ตัวเงิน"

ผมก็มาตรองดูว่า ทุกสิ่งเริ่มต้นที่ "ความคิด" ต่อมาคือความขยันหากจะทำเกษตรแล้ว อันดับแรกเลยคือมองที่ "ทุนธรรมชาติ"จะทำเกษตรต้องมี "พื้นที่" เมื่อมีพื้นที่ต่อมาก็ต้องมองว่า "มีน้ำ" หรือไม่ อาจกล่าวว่าทุนเบื้องต้นก็คือ "ดิน" "น้ำ" "ลม"(อากาศ, ฝน) "ไฟ"(พลังงาน,ความร้อน,แสงอาทิตย์)..

ต่อมาก็มองที่ "ทุนแรงกาย" ยังพอมีกำลังเหลือหรือใจสู้หรือเปล่า? เริ่มต้นก็ต้องพึ่งพาตนเองให้มาก ค่อยคิด ค่อยทำด้วยความเพียร ..

ทุนต่อมาคือ "ทุนนวัตกรรม" หรือสิ่งอำนวยความสะดวกในการทำงาน และการพักผ่อน นั่นหมายถึง ที่พักอาศัย รวมทั้งเครื่องมืออำนวยความสะดวกในการทำการเกษตรด้วย เช่น จอบ เสียบ มีด เครื่องตัดหญ้า เครื่องสูบน้ำ รถไถนา ฯลฯ ไม่จำเป็นต้องเลิศหรู ขอเพียงให้มีใช้บ้าง ก็ค่อยทำค่อยหาเพิ่มเติมเอาในภายหลัง..

ทุนต่อมาคือ "ทุนภูมิปัญญา" หมายรวมถึง ประสบการณ์ ความรู้ที่มีติดตัวทางการเกษตร และความรู้ที่แสวงหาได้ในภายหลัง ทุนนี้สำคัญมาก ต้องก้าวทันต่อการเกิดขึ้น ดำรงอยู่และ เปลี่ยนแปลงไปของการเกษตรและสังคม..

และสุดท้าย "ทุนทางชุมชน" หมายถึง หากเราทำการเกษตรสิ่งแรกที่ไม่ควรมองข้ามคือ "ฐานของชุมชน" ต้องมีการศึกษาและเรียนรู้ชุมชน ควบคู่กันไปด้วย ยกตัวอย่างการเรียนรู้..

- ใครคือผู้นำชุมชนอย่างเป็นทางการ 

- ใครคือผู้นำชุมชนอย่างไม่เป็นทางการ 

- ใครคือผู้มีอิทธิพลหรือมีบทบาทสำคัญต่อชุมชนเป็นอย่างมาก 

- ใครมีฐานข้อมูลทำการเกษตรของชุมชน หรือ "ปราชญ์ชุมชน" ด้านต่างๆ  

เช่น บางคนปลูกข้าว บางคนปลูกผัก บางคนปลูกไผ่ บางคนปลูกข้าวโพด บางคนปลูกมันสำปะหลังหรือ มันห้านาที บางคนเลี้ยงปลา บางคนเลี้ยงกบ บางคนเลี้ยงไก่ บางคนเลี้ยงโคหรือควาย ฯลฯ ... 

หากเราเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ดังกล่าวมา มันก็จะเป็นฐานให้เราได้แสวงหาผลิตผลหรือผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรในชุมชนของเราก่อนเป็นอันดับแรก ไม่ต้องไปแสวงหาซื้อมาจากที่ไกล(สิ่งที่ได้เรียนรู้ใหม่ด้วยตนเอง)..

"ทุนทางชุมชน" จึงมีความสำคัญต่อการทำเกษตรเป็นอย่างมากเพียงแต่เรามองข้ามกันไป จึงทำให้คิดถึงแต่ทุนที่เป็นตัวเงินและแสวงหาซื้อพันธุ์พืชทางการเกษตรภายนอก(ร้านค้า)กันเสียเป็นส่วนใหญ่ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ในหมู่บ้านหรือชุมชนของเรามีพร้อมหรือมีครบหมดทุกอย่างแล้ว... 

อย่าคิดถึงแต่เรื่องเงินครับ ทุนด้านอื่น ๆ ยังมีอยู่อีกมาก ไม่ว่าจะทำเกษตรหรือทำธุรกิจ ทุนที่สำคัญที่สุดคือ "ทุนทางสติปัญญา" ครับ. 

ขอบคุณทุกท่านที่สนใจ 

ขอบคุณบ้านสวนพอเพียง

"พี่หนาน"  

๒/๑/๒๕๖๑  

เกษตร คือ การร้อยรวมองค์ความรู้

บ้านสวนพอเพียง - 2 มกราคม, 2018 - 17:12
Keywords: เกษตรทฤษฎีใหม่หมวดหมู่ของบล็อก: ความรู้เกษตร

การทำการเกษตรไม่ใช่เรื่องง่าย  แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากจนเกินไป..
ผู้รู้บอกว่า "เกษตร คือ การร้อยรวมองค์ความรู้ด้านต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน"
องค์ความรู้ที่ว่ามีอะไรบ้าง?.. เท่าที่ตนเองเข้าใจ พอมองเห็น
ดังนี้..
.
๑.การเขียนผัง หรือแปลน(วิชาศิลปะ)..
ก่อนที่ผู้ทำการเกษตรทฤษฎีใหม่จะเขียนผังหรือแปลน ควรนั่งหลับตามองภาพพื้นที่ของตนเองทั้งหมดก่อนว่า เป็นยังไง สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยมผืนผ้า สี่เหลี่ยมจัตุรัส สี่เหลี่ยมคางหมู(เรขาคณิต) เสร็จแล้วเขียนหรือวาดภาพมันออกมา กำหนดว่าจะเอาอะไรไว้ตรงไหน สิ่งใดควรอยู่ตรงไหน..
.
๒.สภาพภูมิอากาศ(อุตุนิยาม)..
พื้นที่ที่ตนเองกำลังจะปรับปรุงหรือปรับเปลี่ยนใหม่นั้น มีความสูงต่ำ ลาดเอียง ความแตกต่างของพื้นที่ สภาพอากาศแต่ละฤดูเป็นอย่างไร มีฝนตกในแต่ละปีมากน้อยเพียงใด จะเก็บน้ำไว้ตรงไหน เก็บไว้อย่างไร หรือจะขุดสระเก็บน้ำไว้ใช้ตรงไหน ทิศทางของลม ลมตะวันตกเฉียงใต้ ลมตะวันออกเฉียงเหนือพัดอย่างไร พระอาทิตย์ขึ้นทางไหน ตกทางไหน มีผลต่อการสร้างบ้านพักและโรงเรือนต่าง ๆ อย่างไร หรือไม่ องค์ความรู้เหล่านี้ก็ควรมีเช่นกัน ..
.
๓.การคำนวณ(วิชาคณิตศาตร์)
เรียนรู้ว่า จะแบ่งพื้นที่อย่างไรให้ได้ตามแนวทางของเกษตรทฤษฎีใหม่ที่ว่า ๓๐:๓๐:๓๐:๑๐ เช่น จะขุดสระในพื้นที่กว้าง ยาว ลึกเท่าไหร่ กี่ไร่ กี่งาน กี่ตร.วา ถึงจะเพียงพอต่อการใช้น้ำหล่อเลี้ยงพืชพรรณและสถานที่ได้ทั้งหมด จะใช้พื้นที่ตรงไหนเท่าไหร่ปลูกข้าว จะใช้พื้นที่ตรงไหนเท่าไหร่ปลูกพืชไร่ พืชสวน จะใช้พื้นที่เท่าไหร่ในการปลูกสร้างบ้านที่พัก โรงเรือนต่าง ๆ ..นอกจากนี้ยังต้องมีการจดบันทึกการใช้จ่ายและรายได้ที่พึงได้มาในแต่ละครั้งเอาไว้ด้วยเสมอ..
.
๔.การเลี้ยงสัตว์น้ำ(วิชาการประมง)
วิชาการประมงที่ว่าคือ ในน้ำหรือแหล่งน้ำนั้น ก็ต้องสร้างให้เกิดผลมากกว่าหนึ่งดั่งที่ "ในหลวง" ท่านสอนไว้ ควรมีการเลี้ยงปลาหลากหลายชนิด ปลาที่ไม่ควรขาดคือ "ปลานิล" ปลาที่พระองค์ทรงตั้งชื่อให้ ปลาหมอ ปลาดุก ปลาตะเพียน ฯลฯ ปลาแต่ละชนิดที่เรานำมาเลี้ยงมีอุปนิสัยอย่างไร กินอาหารแบบไหน เลี้ยงอย่างไรถึงประหยัดต้นทุน.. 

"หอย" ในสระนอกจากปลาแล้วยังสามารถเลี้ยงหอยได้อีก หอยเลี้ยงใส่ถุงแขวนก็ได้ ในกระชังก็ได้ ในบ่อซีเมนต์ก็ได้ หรือปล่อยตามธรรมชาติก็ได้ อาหารของหอยคือรำละเอียด.. 

"กุ้ง" ในสระก็ยังสามารถเลี้ยงกุ้งได้อีกเช่นกัน.. วิชาประมงที่ควรรู้ก็คือไม่ว่าเราจะเลี้ยง ปลา หอย กบ กุ้ง ปู อะไรอีกก็ตาม สิ่งสำคัญที่ต้องรู้ก็คือ อุปนิสัย อาหารการกิน สิ่งที่ชอบ สิ่งที่แพ้ โรคและวิธีการดูแลรักษาของสัตว์นั้นๆ ประกอบกันไปด้วย..
.
๕.การเลี้ยงสัตว์ปีกและสัตว์บก(วิชาการปศุสัตว์)
เกษตรกรที่นำสัตว์มาเลี้ยงเพื่อทำปุ๋ยหรือเพื่อจำหน่าย เช่น ไก่ เป็ด หมู วัว ควาย ก็ต้องเรียนรู้และเข้าใจอุปนิสัยของสัตว์ดังกล่าวเช่นเดียวกันกับสัตว์น้ำ ปศุสัตว์ยิ่งมีความละเอียดอ่อน ยากกว่าประมงอีกหลายเท่าตัว..
.
๖.การเกษตรด้านพืชและการขยายพันธุ์(พีชนิยาม)..
การเรียนรู้พืชพรรณต่าง ๆ ที่เรานำมาปลูกหรือนำมาทดลองปลูกใหม่ ๆ ก็ต้องเข้าใจว่า พืชหรือไม้แต่ละชนิด เก็บและเพาะเมล็ดพันธุ์อย่างไร ต้องการอาหารแบบไหน ทำปุ๋ยอย่างไร อากาศอย่างไร แสงสว่างอย่างไร อุณหภูมิที่พอเหมาะขนาดไหน ต้องการน้ำมากน้อยเพียงใด และมีพืชใดที่สามารถทำให้ออกนอกฤดูได้บ้าง ทำอย่างไร?. สิ่งเหล่านี้ก็ต้องเรียนรู้เพื่อเป็นแนวทางในการทำเงินในโอกาสต่อไปเช่นกัน..
.
๗.งานฝีมือหรือวิชาช่างด้านต่าง ๆ ..
อย่างที่สวนเราทำอยู่นี้ บางครั้งก็ต้องทำเล้าไก่ ทำเพิงที่พักร้อน ทำรั้วของสวน ทำเรือนเพาะชำ ทำเตาชีวมวล ทำรถตัดหญ้า ทำเครื่องปั่นหญ้าเนเปีย ทำรถมอไซค์พ่วงข้างใช้เอง..
เกษตรกรบางท่านอาจต้องทำชั้นวางกระถางต้นไม้ ชั้นวางอ่างไส้เดือน บ่อเลี้ยงปลา บ่อเลี้่ยงกบหรืออึ่งเพ้า คอกหมู คอกวัว คอกแพะ และซุ้มโค้งสำหรับปลูกผักเถาด้วยตนเอง 

สิ่งเหล่านี้เราปฏิบัติตามคำของพ่อหลวงที่ทรงสอนไว้ คือ "ให้รู้จักพึ่งพาตนเอง" สิ่งไหนเราทำเองได้ เราก็ไม่ต้องจ้าง เมื่อไม่จ้างเงินก็จะมีเหลือ ปัจจุบันค่าแรงของช่างต่าง ๆ มีราคาแพงมาก..
.
๘.ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี..
วิทยาศาสตร์จะแฝงอยู่ในวิชาช่างด้วย เช่น การหมุนของสายพานเครื่องปั่นหญ้า แรงเหวี่ยง แรงโน้มถ่วง ระบบสูบน้ำ กาลักน้ำ ระบบน้ำหยด ระบบประปา ระบบแก็สชีวภาพ ระบบโซล่าเซลล์ฯลฯ.. 

เทคโนโลยีหรือบางท่านอาจเรียกว่า "นวัตตกรรมการเกษตร" เช่น การใช้เครื่องผสมอาหารสัตว์ เครื่องผสมปุ๋ยหมัก โรงบ่มเพาะถั่วงอกหรือโรงบ่มเพาะเห็ด เครื่องตัดหญ้าอเนกประสงค์ที่ใช้สูบน้ำและใช้พรวนดินได้ เครื่องให้อาหารปลา ไก่ กุ้ง เครื่องพ่นยาและเครื่องไถนาแบบใช้วิทยุบังคับ เป็นต้น..

นอกจากนี้เทคโนโลยี ก็ยังหมายรวมถึง สื่อมัลติมีเดีย เช่น เฟสบุ๊ก ไลน์ โทรศัพท ์โทรทัศน์ เวบเพจ ที่ใช้เชื่อมต่อเพื่อการแสวงหาความรู้อย่างกูเกิ้ลและเพื่อการค้าขายสินค้าอีกด้วย..

.
เกษตรกรรุ่นใหม่หรือเกษตรกรรุ่นต่อไป ต้องมีการเรียนรู้และพัฒนาตนเองในด้านต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องอยู่เสมอ..
สิ่งสำคัญคือ "ต้องพึ่งพาตนเอง"ให้ได้ อย่าหวังพึ่งพาภายนอก "ต้องระเบิดจากข้างใน"ออกไป สร้างหลักฐานของตนเองให้มั่นคง แล้วจึงค่อยขยับขยายออกไปข้างนอก หรือจะเดินไปพร้อม ๆ กันกับชุมชนก็ได้ ..

.
ความรู้ที่เหลือด้านอื่น ๆ ขอวอนผู้รู้ช่วยต่อเติมและชี้แนะด้วยครับผม..

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม

ขอบคุณบ้านสวนพอเพียง

"พี่หนาน"

๒/๑/๒๕๖๑

สวัสดีปีใหม่ ๒๕๖๑

บ้านสวนพอเพียง - 1 มกราคม, 2018 - 08:36
หมวดหมู่ของบล็อก: อื่นๆ

สวัสดีปีใหม่ สมาชิกบ้านสวนพอเพียงทุกคนครับ

หัวใจสลาย

บ้านสวนพอเพียง - 28 ธันวาคม, 2017 - 08:55
Keywords: สุขภาพโรคหัวใจหัวใจวายหมวดหมู่ของบล็อก: สุขภาพ

 

 

 

วันนี้อ้อยหวานมาฝอยเรื่องหัวใจ เป็นประสบการณ์หนึ่งที่พบเจอด้วยตัวเอง

และถือโอกาสเอาภาพวาดของตัวเองมาออกสื่ออีกด้วย จะได้ไม่เคร่งเครียดกันมากนัก

หัวใจวาย หรือ หัวใจล้มเหลว หรือในภาษาอังกฤษว่า Heart attack

นี่เป็นประสบที่ไม่ได้เกิดกับตัวอ้อยหวานเอง แต่เกิดกับคนข้างตัวคือคุณผู้ชายที่บ้าน

ซึ่งในขณะนี้มีสุขภาพกลับเป็นปรกติแล้ว

และตามนิสัยของอ้อยหวานนั้นเมื่อเผชิญหน้ากับอะไร ที่มีความรู้ในเรื่องนั้นน้อยหรือไม่รู้เลย

ก็จะขวนขวายหาอ่านตามเว็ปต่างๆ ที่ล่องลอยอยู่ในอินเตอร์เน็ท ให้รู้เรารู้เขาจะจะกันไปเลย

แล้วไม่อยากให้ความรู้นี้จมกับตัวอ้อยหวาน บล็อก หัวใจสลาย จึงถือกำเนิดขึ้น

 

 

แต่อ้อยหวานไม่ใช่หมอ หรือพยาบาล หรือผู้รู้ดี ถือว่าเป็นการเขียนเล่าสู่กันฟังก็แล้วกัน

และเป็นการเล่าแบบตื้นๆ หากสนใจอ่านรายละเอียดได้จากลิงค์ข้างล่าง หรือเว็ปภาษาไทยอีกมากมาย

 

 

 

หัวใจวาย เกิดขึ้นจากการอุดตันของเส้นเลือดในผนังหัวใจ สิ่งอุดตันในเส้นเลือดอาจจะเป็นไขมัน ครอเลสเตอรอล

แคลเซี่ยม โปรตีน และอื่นๆหรืออาจเกิดจากเซลในหลอดเลือดอักเสบหรือขยายตัว

ทำให้เลือดและอ็อกซิเจนไปหล่อเลี้ยงหัวใจไม่เพียงพอ และถ้าปล่อยทิ้งไว้ผนังหัวใจส่วนนั้นจะถูกทำลาย

หัวใจวายมีทั้งแบบมินิเล็กๆ, แบบ massive คือขนาดใหญ่ และแบบsilent หรือแบบที่จู่โจมอย่างเงียบๆ ไม่รู้ตัวมาก่อน

 

 

 

สัญานเตือนภัย

ส่วนใหญ่แล้วผู้ชายและผู้หญิงจะมีอาการที่แตกต่างกัน

 

อาการในผู้ชาย

- รู้สึกแน่นเจ็บหน้าอก

- มีอาการเจ็บร้าวจากหลัง ไหล่ คอ และกราม

- แน่นหน้าอก หายใจลำบาก

 

อาการในผู้หญิง

- มีอาการหน้ามืดวิงเวียนอย่างกระทันหัน

- มีอาการคลื่นไส้ หรืออาเจียน

- มีอาการเหมือนกับ อาการ Heartburn คือแสบร้อนกลางอก

- มีอาการเหงื่อออก ตัวเย็น

- เหนื่อยง่ายกว่าปรกติ

จะเห็นได้ว่าอาการต่างๆ สำหรับผู้หญิงจะสังเกตุดูได้ยากกว่าของผู้ชาย

มีน้อยมากที่จะมีอาการเจ็บหน้าอก และอาการต่างๆ จากข้างบนก็คล้ายคลึงกับโรคภัยพูื้นๆ ชนิดอื่น

ทำให้ถูกมองข้ามไป

หากมีอาการเหล่านี้รีบปรึกษาแพทย์โดยทันที

อีกอย่างหนึ่งที่ควรรำลึกไว้ก็คือ คุณหมอของคุณผู้ชายที่บ้านบอกไว้ว่า

โรคหัวใจวายเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับกรรมพันธ์ ใครที่มีญาติพี่น้องเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ ควรรีบปรึกษาแพทย์ประจำตัว!!!

 

 

ขอวกกลับมาเล่าเรื่องประสบการณ์ของคุณผู้ชายที่บ้าน ก่อนหน้าเกิดเหตุประมาณสามเดือน

เราสองคนกำลังเมามันกับการปั่นจักรยานขึ้นเขา ที่ขึ้น-ลงเนินหลายลูก รวมแล้วเราต้องปั่นขึ้นเป็นระยะสูงกว่า 500 เมตร

เป็นระยะทางทั้งหมด 55 กิโลเมตร ภูเขาลูกนี้ขับรถไปเพียงสิบห้านาทีจากบ้าน และบนเขาก็สวยมากมาย

เราก็เลยไปปั่นที่นั่นอาทิตย์ละสามครั้ง แบบมันส์มาก!!

 

 

ในวันที่ท้องฟ้าไร้หมอกเมฆ เราก็จะได้ชมวิวสุดขอบฟ้า

 

 

นักปั้นทั้งสองคนก็อินไปกับการปั่นขึ้นเขา

 

 

เพราะเราได้ชมดอกไม้ป่านานาชนิด ดอกทริลเลี่ยม (trillium) สีขาว บานเต็มเนินเขา

 

 

แล้วทุ่งดอกเดซี่นั้นเล่า ก็งดงามไม่แพ้กัน

 

 

ดอกโคลัมบาย (Columbine ) ป่า ขึ้นเกาะอยู่บนผาหิน

 

 

บนเขายังมีสัตว์ป่าอีกมากมายให้ชม เพราะเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ ห้ามล่าสัตว์ทุกชนิด แม่ลูกคู่นี้กำลังข้ามถนน

อ้อยหวานปั่นจักรยานมาอย่างเงียบๆ เลยได้แปลกใจกันทั้งสองตัวและอีกหนึ่งคน

แล้วอ้อยหวานได้เรียนรู้ว่าเจ้ากวางพันธ์นี้ตอนเล็กๆ จะมีจุดขาวตามตัว แต่โตขึ้นจุดก็หายไป ดูดิน่าตาน่ารักมาก

 

 

เต่า Snapping Turtle (เต่างับ) เป็นเต่าน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในแคนนาดา สัญาลักษณ์โดดเด่นก็คือหาง!

มีหางยาวคล้ายไดโนเสาว์แถมเป็นฟันเลื่อยด้วยนะ หาดูได้ยากจริงๆ สามารถเห็นได้ในช่วงสั้นๆ ในฤดูใบไม้ผลิเท่านั้น

เพราะจะขึ้นมาวางไข่กัน นางนี้เพิ่งจะวางไข่เสร็จ ตอนเราผ่านมากลบดินบอกลาลูกๆ เป็นครั้งสุดท้ายพอดี

แถมยังยิ้มให้กล้องด้วยนะ หวานเชียว แล้วคลานลงทะเลสาบที่อยู่ติดกับถนน

 

 

ส่วนสองตัวนี้เป็นเต่าไม่งับ แข่งกันวางไข่ ริมถนนเลยทีเดียว เพราะมีแสงแดดและอบอุ่นกว่าในป่า

ทางอุทยานเขามีป้ายเตือนคนขับรถ ให้ขับช้าๆ ในช่วงนี้จะมีน้องเต่ามาป้วนเปี้ยนอยู่ข้างถนนมากมาย

ส่วนจักรยานช้าเกินกำหนดอยู่แล้ว บางทีมาเงียบๆ เต่ายังงงเลย มาได้ไง?

 

 

นกสีสวยๆ นานาชนิดก็มีอยู่เต็ม แต่อ้อยหวานไม่เคยถ่ายรูปนกได้ เพราะแต่ละตัวว่องไวกว่าคนถ่ายรูป

ยกเว้นตัวนี้ เธอห่วงกิน แต่ต้นเบอรี่ต้นนี้อร่อยจริงๆ นะ เคยแย่งนกกินมาแล้ว

 

 

แบบว่ากำลังเพลินกันอย่างสุดๆ

แล้วอยู่มาวันหนึ่งเราสองคนกำลังปั่นขึ้นเขาผ่านเนินแรก คุณผู้ชายบ่นว่าเจ็บหน้าอก

อ้อยหวานบอกให้ปั่นกลับลงไปแล้วกลับบ้านดีกว่า เธอกลับบอกว่าไม่เป็นไร แถมปั่นขึ้นลงเนินจนครบ 50 กิโล

แวะกินก่วยเตี๋ยวที่ร้านเวียตนามอีกหนึ่งชาม กลับมาบ้านก็ยังเจ็บหน้าอก แถมลามขึ้นคอ ไหล่ และมือข้างซ้าย

อ้อยหวานเอาแผ่นปิดบรรเทาปวดกล้ามเนื้อมาให้ แต่เธอบอกว่ามันไม่ใช่ปวดกล้ามเนื้อ มันชา มันหนัก

และปวดอย่างที่ไม่เคยปวดมาก่อน เอ้า! อย่างนั้นไปโรงพยาบาลกันดีกว่า

ถึงโรงพยาบาลมีผู้คนมากมายรอตรวจอยู่เต็ม แล้วเขาก็ให้คนเป็นมากเข้าตรวจก่อน

ส่วนคนที่ยังนั่งได้ คุยได้ ก็รอกันไป สี่ชั่วโมงพอดิบพอดี ที่คุณผู้ชายได้เจอหน้าหมอ

นี่ถ้าผลเอ็กซ์เรย์ไม่ออกมา คุณหมอก็ยังไม่เชื่อว่าคุณผู้ชายเป็นหัวใจวาย เพราะคุณหมอเป็นนักปั่นเช่นกัน

และรู้กิติศักดิ์ของภูเขาลูกนั้นดี เจ็บหน้าอก แล้วยังปั่นได้ถึงห้าสิบกว่ากิโล ไม่ควรจะใช่ หัวใจวาย

 

 

ผลเอ็กซ์เรย์หัวใจคุณผู้ชายออกมา มีจุดที่เส้นเลือดขอดถึงสามจุด

 

 

ในคืนนั้นก็ต้องรีบทำการเปิดหลอดเลือดโดยการขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูน ซึ่งเป็นวิธีการใส่สายสวนเข้าไปยังร่างกายผู้ป่วยที่บริเวณขาหนีบหรือที่แขน

เพื่อเข้าไปยังหลอดเลือดหัวใจ หลังจากนั้นจึงขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนที่ติดอยู่ที่ปลายสาย

เพื่อดันไขมันที่อุดตันหลอดเลือดและทำให้ลิ่มเลือดหลุดออกไป ทำให้เลือดสามารถไหลผ่านจุดที่เคยตีบตันได้สะดวกขึ้น

คุณผู้ชายต้องนอนค้างที่โรงพยาบาลอีกสองคืนเพื่อดูผล ส่วนอีกสองจุดหมอนัดให้ไปทำบอลลูนอีกสามอาทิตย์ต่อมา

และต้องทำกายภาพบำบัดที่โรงพยาบาล อาทิตย์ละสองครั้งไปอีกสองสามเดือน กายภาพบำบัดก็คือให้ออกกำลังกายหลายวิธี

เช่นเดินช้า เดินเร็ว ปั่นจักรยาน และเล่นสกีกับเครื่อง โดยมีเครื่องวัดการเต้นของหัวใจ และพยาบาลจดบันทึกข้อมูลโดยละเอียด

 

 

สามอาทิตย์หลังจากเหตุการณ์หัวใจวาย คุณผู้ชายก็กลับมาปั่นจักรยานอีกครั้ง

แต่ไม่มีการขึ้นเขาลงห้วย

ถึงไม่ขึ้นเขา เราก็ยังได้พบกับน้องกวาง เพราะเมืองนี้มีป่ากลางเมืองอยู่มากมาย

 

 

และสามเดือนหลังจากนั้น… เรากลับไปที่อุทยานแห่งชาติอีกครั้ง อุทยานแห่งชาติ Gatineau

สวยงดงามในทุกฤดู โดยเฉพาะฤดูใบไม้ร่วง

 

 

ออกกำลังกายวันละนิด จิตแจ่มใส

 

การป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ

- ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหาร ไม่รับประทานอาหารที่มีไขมันและแคลอรีสูง

หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารเค็มจัด อาหารจานด่วน หรืออาหารสำเร็จรูป

ลดเครื่องดื่มที่ผสมน้ำตาล และเน้นการบริโภคผักและผลไม้ให้มากขึ้น

- หยุดสูบบุหรี่

- ลดความเครียด

- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

 

อ้อยหวานหวังว่าประสบการณ์ของอ้อยหวานและคนใกล้ตัว พอจะมีประโยชน์แก่ผู้อ่านบ้าง

อย่าลืมดูแลตัวเองและคนใกล้ชิดนะค่ะ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก

https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/heart-attack/symptoms-causes/syc-20373106

 

https://www.nhlbi.nih.gov/health-topics/heart-attack

https://www.webmd.com/heart-disease/guide/heart-disease-heart-attacks#1

 

https://myheartsisters.org/2015/09/20/most-common-heart-attack-signs/

 

https://www.bumrungrad.com/th/heart-cardiology-center-treatment-surgery-bangkok-thailand/conditions/heart-attack

 

ขอให้เพื่อนๆ มีแต่ความสุข

 

อ้อยหวาน บ้านสวนพอเพียง

ปั่นจักรยานชมสวนลูกพีชญี่ปุ่น

บ้านสวนพอเพียง - 26 ธันวาคม, 2017 - 12:16
Keywords: สวนผลไม้ดอกพีชดอกซากุระญี่ปุ่นปั่นจักรยานเที่ยวหมวดหมู่ของบล็อก: อื่นๆ

 

 

หลังจากเดินทางท่องเที่ยวในญี่ปุ่นมาหลายวัน เจอะเจอผู้คนมากหน้าหลายตามามากมายเช่นกัน เพราะขึ้นชื่อว่าสถานที่ท่องเที่ยว ก็แน่นอนต้องมีนักท่องเที่ยว ยิ่งเป็นฤดูดอกซากุระ ซึ่งเป็นฤดูกาลอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น ใครๆ ก็อยากไปยนโฉมน้องนางในชุดสีชมพูสวยหวาน นอกจากในสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ แล้ว เราก็ต้องเผชิญกับฝูงชนที่สถานีรถไฟ และในรถไฟอีกด้วย เรียกว่าเจอตลอด ไม่สามารถปลีกวิเวกได้เลย

ที่จริงในวันนั้นเราสองคนวางแผนจะไปเดินป่าขึ้นเขาชื่อดัง และอยู่ไม่ไกลจากโตเกียว คือ ภูเขาทะกะโอะ ซึ่งต้องมีฝูงชนมหาสารอย่างแน่นอน เมื่อคุณผู้ชายถามว่า ไปไหนดีวันนี้ ผู้รู้ดีอย่างอ้อยหวานใช้เวลาคิดเพียงสองนาที แล้วบอกแผนการลับ อ้อยหวานเคยอ่านเจอบล็อกหนึ่ง ซึ่งเธอชอบไปเดินเที่ยวในที่ที่มีคนน้อย ตามแถวบ้านคน หรือในหมู่บ้านที่ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยว และเธอเขียนบอกว่าเธอไปเดินเล่นที่เอ็นซาน (Enzan)หมู่บ้านเล็กๆ แถมมีสวนผลไม้ด้วย อ้อยหวานจึงบอกเพื่อนร่วมเที่ยวไปว่า เราไปเดินชมนกชมไม้ไปเรื่อยๆ ถือว่าเป็นการพักจากผู้คนและนักท่องเที่ยว และเป็นการไปสำผัสญี่ปุ่นที่แท้จริงก็แล้วกัน ไม่ต้องคาดหวังอะไร แล้วก็ต้องร้อง ‘ว้าวววว’ อยู่หลายครั้งหลายครา

 

ว้าว!! แรก ออกจากสถานีรถไฟแล้วเจอ

อ้อยหวานแทบจะกระโดดโลดเต้นเหมือนเด็กเจอของเล่นถูกใจ จัดไปเลยคนละคัน ค่าเช่าถูกกว่าที่ภูเขาฟูจิ อีกด้วย

แต่พอเริ่มปั่น ว้าว!! ที่สองก็ตามมาทันที ก็จักรยานคันสวยนี้เธอติดเครื่องมาด้วย เธอเป็นจักรยานที่มีไฟฟ้าช่วยขับเคลื่อน

 

 

เราเริ่มปั่นออกจากสถานีรถไฟ ชมบ้านเรือนไปเรื่อยๆ มีหลายหลังที่ยังเป็นบ้านโบราณที่สวยมาก มีสวนผลไม้ขึ้นแซมเล็กน้อย แค่นี้อ้อยหวานก็สุขใจแล้ว

 

 

บ้านโบราณหลังนี้ช่างสวยเสียจริงๆ

 

 

 

ปั่นเลยมาอีกหน่อยก็มาเจอสวนลูกแพร์ญี่ปุ่น เขาปลูกกันแบบนี้

ดูเหมือนผ้าลูกไม้สีขาวสวย

 

 

อีกสวนหนึ่ง ต้นแพร์ดูยังกับต้นบอนไซ คือดูเก่าแก่มาก แต่มีดอกดกเต็มต้น

 

 

เลยเขตชุมชนมาหน่อยเดียว อ้อยหวานก็ต้องร้องว้าว.. แม่เจ้าโว้ย ออกมาดังๆ เรามาเจอกับสวนสีชมพูเข้มสุดๆ ดอกสวยราวกับดอกสวรรค์ หอมที่สุดในขบวนดอกไม้ที่เคยเห็นมาในญี่ปุ่นเลย

 

 

ดูกันชัดๆ ว่าเธองามเสียเหลือเกิน

สอบถามคนแถวนั้นก็รู้ว่ามันคือดอกลูกพีชญี่ปุ่น

 

 

 

รับประกันความหอม

 

 

 

ตอนแรกเราสองคนไม่รู้ว่าเขาทำอะไรกันในสวน อ้อยหวานก็โมเมเอาว่า เขาผสมเกสรให้ดอกไม้!

 

 

เลยจากสวนนั้นมาหน่อยก็ถึงเขตภูเขา ภาพเนินสีชมพูตามไหล่เขา ทำให้อ้อยหวานปั่นพุ่งเข้าใส่ ชันก็ชันเถอะ มีตัวช่วยเสียอย่าง พอเข้าไปใกล้ ว้าวอันดับที่หนึ่งร้อย (เว่อร์ไปนิด) ดังก้องหัวใจอ้อยหวานเลย

 

 

สีชมพูไปสุดสายตา

 

 

ลูกพีชญี่ปุ่น ภาษาญี่ปุ่นมีชื่อน่ารักว่า โมโมะ (Momo) แต่เดิมนั้นได้รับการเผยแพร่มาจากประเทศจีน เมึ่อหลายร้อยปีก่อน ต่อมามีการพัฒนาบำรุงพันธ์จนออกมาเป็นสายพันธ์พีชญี่ปุ่น ที่โดดเด่นคือ ลูกพีชขาวพันธ์ชิมิซุ แต่สวนของหมู่บ้านนี้เป็นพันธ์อะไร อ้อยหวานหารู้ไม่ แต่ที่รู้คือไม่ใช่พีชขาวแน่นอน

 

 

ยืมรูปมาจากเว็ปไซด์ของสวนๆ หนึ่งในแถบนี้ มาให้ดูว่า ไม่ใช่แต่มีดอกสวย ลูกยังงามน่ากินอีกด้วย

 

 

เมื่อมาเจอเธอคนนี้ อ้อยหวานก็ร้องอ๋อ ขึ้นมาทันที สวนข้างล่างเขาปล่อยให้ต้นพีชสูงเกินไป เขาเลยใช้ไม้ตีดอกให้ร่วงเพราะมันดกเกินไป แต่สวนบนเขา ใช้ตัดเล็มกันทีละดอก

 

 

แล้วเนี่ยเมื่อไรจะเสร็จทั้งเนิน แต่คงจะทำงานกันอย่างมีความสุข เพราะมีกลิ่นหอมขจรขจายไปทั่ว

 

 

แล้ววิวบนเขามันก็ช่างงามจนนึกว่าฝันไป

หมู่บ้านเอ็นซานมีภูเขาล้อมรอบอยู่สามด้าน ถ้ามองดีๆ จะเห็นว่าเนินเขาทางฝั่งโน้นก็มีสีชมพูเป็นแถบๆ เหมือนกัน หมู่บ้านเอ็นซานอยู่ในจังหวัดยะมะนะชิ ซึ่งเป็นจังหวัดที่ปลูกลูกพีชมากที่สุดในญี่ปุ่น

 

20

ฝั่งนี้เล็มดอกออกแล้ว ดูกิ่งเบาขึ้นเยอะ

อ้อยหวานขอลอกวิธีดูแลสวนพีชญี่ปุ่นให้ได้ลูกสวย อวบโต หวานอร่อย คุณภาพเกรดเอ ตามมาตราฐานญี่ปุ่น มาให้อ่านประดับความรู้กัน

  • นอกจากตัดเล็มดอกออกแล้ว พอติดเป็นลูก เขาก็จะตัดเล็มลูกออกอีกรอบให้เหลือเพียงกิ่งละลูก

  • ตัดเล็มหญ้ารอบโคนไม้สม่ำเสมอ และทิ้งหญ้าไว้ให้เป็นปุ๋ยใต้ต้น

  • เมื่อลูกพีชมีขนาดเท่าลูกกอฟก็จะเริ่มห่อกันที่ละลูกอย่างทะนุถนอม นอกจากจะกันแมลงแล้ว ยังป้องกันแสงแดด สายลม และสายฝน

21

  • เมื่อลูกพีชโตขึ้นประมาณ 70% เขาก็จะตัดก้นถุงออก เหลือส่วนบนไว้ จากนั้นก็เอาแผ่นฟลอยล์มาปูให้เต็มใต้ต้น เหมือนในรูป

ทำไมอะ? เสียงบางคนถาม เขาให้น้องพีชอาบแดดนะสิ เสียงอ้อยหวานตอบ....

คืออย่างนี้ค่ะ แผ่นฟลอยล์จะสะท้อนแสงแดดขึ้นไปยังก้นของน้องลูกพีช ทำให้ก้นมีสีแดงอมชมพูสวยน่ากิน ส่วนหัวที่ยังมีถุงปิดอยู่ก็จะขาวน่ากินอีกเช่นกัน

เรียกได้ว่าลูกพีชแต่ละลูกได้รับการดูแลเป็นอย่างดี สวนผลไม้ของญี่ปุ่นเขาปลูกเอาคุณภาพ ไม่ใช่ปริมาณ ซึ่งคนซื้อก็ยอมจ่ายเงินอย่างไม่แคลงใจอีกด้วย ขอบอกว่ายังไม่เคยลิ้มลองพีชญี่ปุ่นสดๆ เพราะไม่เคยมาในช่วงฤดูลูกพีช ซึ่งตกอยู่ในเดือนสิงหาคม อ้อยหวานจึงได้แต่ดูดอก เคยอ่านเจอบล็อกคนปั่นจักรยานที่เขาปั่นผ่านแถบนี้ในช่วงลูกพีชสุก เขาบอกว่าภูเขาทั้งภูเขาหอมหวลสุดประมาณ

 

22

จักรยานสองคันนี้เป็นสุขยิ่งนัก นี่ถ้าไม่มีเมฆฝนที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามา และไม่ถึงเวลาต้องไปคืนจักรยาน คงจะจมแช่อยู่แถวนี้ไปอีกนาน

 

23

จากมายังคิดถึง ดอกไม้ที่ทั้งสวยทั้งหอม แถมลูกก็อร่อยน่ากิน

 

อ้อยหวานเขียนบทความเล่าเรื่องหมู่บ้านเอ็นซานไว้มากมาย สนใจอ่านได้ที่ลิงค์ด้านล่าง

หลงรัก Enzan เข้าแล้วสิ

 

สนใจอ่านรายละเอียดสวนพีชได้ที่ลิงค์ข้างล่าง

https://moritafarm.wordpress.com/2014/07/10/the-differences-between-japanese-and-australian-peaches/

ขอบคุณค่ะ!

 

ขอจบ  “ก้าวเท้าที่นำไป ” แต่เพียงนี้ ขอบคุณที่ติดตามอ่านกันจนจบ

ขอบคุณน้องโสทรที่ให้โอกาสอ้อยหวานบันทึกความทรงจำ และบอกเล่าเรื่องราวแก่เพื่อนๆ

ขอบคุณผู้ร่วมทางปั่น ทางเที่ยว และทางชีวิต ที่ไปไหนก็ไปกัน

 

อ่าน “ก้าวเท้าที่นำไป ” ตอนแรก

ก้าวเท้าเดิน..ตามเสียงเรียกร้องของหัวใจ

ก้าวเท้าเดิน..ตามรอยเวลา

สองล้อเที่ยวชมวิถีชีวิตเมืองคอน 1

สองล้อเที่ยวชมวิถีชีวิตเมืองคอน 2

ฟ้าสวย น้ำใส ในถิ่นปักษ์ใต้ 1

ฟ้าสวย น้ำใส ในถิ่นปักษ์ใต้ 2

ฟ้าสวย น้ำใส ในถิ่นปักษ์ใต้ 3

โลกนี้สีชมพู 1

โลกนี้สีชมพู 2

ปั่นสองล้อ มองหาเธอ..ฟูจิ




ขอให้เพื่อนๆ มีแต่ความสุข

 

 

อ้อยหวาน

 

กิจกรรมงานวันเกิดเว็บปีที่ 9 ทำบุญ

บ้านสวนพอเพียง - 25 ธันวาคม, 2017 - 11:15
Keywords: ครบรอบวันเกิดเว็บกิจกรรมวันเกิดเว็บหมวดหมู่ของบล็อก: พบปะสมาชิก

    กิจกรรมครบรอบวันเกิดเว็บที่ทำกันเป็นประจำกันทุกปี ก็คือการทำบุญ ซึ่งก็แล้วแต่ว่าสถานที่จัดงาน มีอะไรให้สามารถทำบุญได้ สำหรับปีนี้ ได้รวมรวมเงินจากการประมูลของ มอบให้งานรับบริจาคโลหิตโรงพยาบาลสมุทรสาคร เพื่อซื้อชุดเจาะเกร็ดโลหิตอัตโนมัติ เป็นเงินจำนวน 44,500 บาท โดยมีวิทย์ และจอย เป็นตัวแทนมอบ ขออนุโมทนาบุญในครั้งนี้ และสมาชิกบ้านสวนพอเพียงรับส่วนบุญถ้วนหน้ากันครับ

แนะนำ ไม้พื้นบ้าน

บ้านสวนพอเพียง - 20 ธันวาคม, 2017 - 16:42
Keywords: ต้นไม้พื้นบ้าน 2 ชนิดหมวดหมู่ของบล็อก: ต้นไม้

 

สวัสดีค่ะ เพื่อนๆสมาชิก บ้านสวนพอเพียงทุกท่าน ... วันนี้มารู้จัก พันธุ์ไม้โบราณ พื้่นบ้าน ของทางใต้กันค่ะ ในที่นี้ บัว แนะนำ ของจังหวัดชุมพร นะคะ เพราะ ได้พบเจอ มาตั้งแต่วัยเยาว์ ... เป็นไมุ้ผล พุ่มทรงขนาดกลาง ผลกินได้ ตามประสาเด็กต่างจังหวัด ปัจจุบัน นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ มากกว่าเก็บผลทาน เพราะนับวันยิ่ง หาชม ได้ยาก 

 

 

 

 

นี่คือ โทะเบอรี่ หรือลูกทุ(ภาษาชุมพร)หรือ ภาษาใต้ คือ ลูกโทะ ... เป็นไม้ทรงพุ่มขนาดกลาง เท่าที่เคยเจอ โตเต็มที่ก็ประมาณ 160 ซม.หรือประมาณเท่าตัวคนทั่วไปค่ะ

ออกดอก สีชมพูเข้มนวลๆและสีจะค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีชมพูจางๆจนเป็นสีขาว ในที่สุด และสุดท้ายก็มีผล ติดมากับ กลีบดอกที่ร่วงโรย

                    

นี่คือผลสุก ของต้นไม้ชนิดนี้ ค่ะหวาน ชื่นใจ ... เราต้องรีบเก็บ ตอนสุกใหม่ๆค่ะ ข้อเสีย คือ เก็บไว้นานไม่ได้ นิ่ม เละ เร็ว 

นี่คือ ต้นมังเคร ค่ะ เป็นไม้ผล พุ่มทรงขนาดกลาง สูงไม่มาก ลักษณะ ดอกสีม่วงสด สวยงาม เมื่อดอกร่วงโรย ก็จะติดผลมาให้เก็บบริโภค .. ในวัยเด็ก เวลา ว่างก็ เข้าป่าหาลูกมังเคร กินกัน เป็นประจำ ... แต่เนื่องจากเป็นผลขนาดเล็ก หลังการกิน ฟันและลิ้น มักมีสีดำของเนื้อผล ติดไว้ให้ดูต่างหน้า ให้เป็นที่ ตลกขบขัน ของผู้ใหญ่ ที่พบเห็น ... ปัจจุบัน ไม่นิยมรับประทาน เพราะหายาก ... แต่มีการพัฒนาสายพันธุ์มาเป็นไม้กระถางมงคล ราคาแพงลิบลิ่ว และชื่อก็ไพเราะเพราะพริ้ง ... ก็ว่ากันไป นะคะ ... 

บล็อคนี้ เสนอสองชนิด ค่ะ ลูกทุ(โทะ) กับ ต้นมังเคร ท่านที่รู้จักแล้วก็ได้ฟื้นความทรงจำ .. ท่านที่ยังไม่ทราบ ก็ เป็นความรู้ใหม่ ค่ะ

    ถึงตอนนี้ ก็ไม่มีพื้นที่ให้ต้นไม้โบราณ ทั้งสองชนิดนี้ ได้อาศัย เพราะมีการปรับเป็นการปลูกพืชเชิงเดี่ยว กันแทบทุกบ้าน ... บัวไปพบ ที่ จุุดชมวิว เขาดินสอ สถานที่ดูเหยี่ยว อ.ปะทิว จ.ชุมพร และที่สวนปาล์ม ของคุณดุสิต ต.นาชะอัง อ.เมือง จ.ชุมพร (ในสวนปาล์ม เจริญเติบโตได้ดี  ใบเขียวสวยมากๆ)

    ขอขอบคุณรูปภาพต้นไม้หายาก จาก คุณศุภชัย รอดโต(คนเล่นกล้อง) ที่รวบรวมภาพสวยๆให้บัว เป็นประจำค่ะ... รวมทั้งขอบคุณบ้านสวนพอเพียง ที่มีพื้นที่ ไว้ให้เรา นำเสนอสิ่งที่ดี ให้เพื่อนๆสมช.ได้อ่าน ท้ายสุด ... ขอบคุณ พี่น้องบ้านสวนพอเพียงทุกท่าน ที่ติดตามอ่าน จนจบ ..... สวัสดีค่ะ

 

เปลี่ยนห้างเก่า เป็นซุ้มไม้เลื้อย

บ้านสวนพอเพียง - 19 ธันวาคม, 2017 - 10:53
Keywords: ซุ้มปลูกผัก ซุ้มไม้เลื้อยหมวดหมู่ของบล็อก: ภูมิปัญญาชาวบ้าน

...เปลี่ยนห้างเก่า เป็นซุ้มไม้เลื้อย...

ห้างเก่าหลังนี้ อยู่นอกสายตาเจ้าของสวนนานมาแล้ว โดยขาดการเหลียวแลเอาใจใส่ ยังหาภาพเก่าๆ แทบไม่ได้เลย ยังดีนะที่มีติดอยู่บ้าง..

ก่อนรื้อผมก็ลืมถ่ายรูปไว้ เป็นคนไม่ค่อยพกโทรศัพท์เวลาทำงานครับ..

พอนึกถึงการบันทึกก็จัดการถ่ายภาพตั้งแต่นี้เป็นต้นไป..ผมได้รื้อเอาเสาและไม้ค้ำยึดด้านบนออกจนหมด แล้วก็นำมากองรวม ๆ กันเอาไว้ด้านข้าง พอให้พ้นจากการทำงานด้านใน...

พอรื้อเสร็จแล้วก็จัดการถางหญ้าที่รกอยู่ด้านในและด้านข้างออก พร้อมกับเก็บเศษไม้เล็กๆ กองรวมกัน เผาจนหมด...

เมื่อเผารอบแรกเสร็จแล้วก็ยังไม่เรียบร้อย ยังรกระเกะระกะอยู่อีกมาก ก็จัดการคลาดรวมกองอีกครั้ง และเผาอีกรอบครับ...

เมื่อพื้นที่สะอาดพอที่จะทำงานได้แล้วก็จัดการขุดเอาเสาที่มีอยู่สามต้น เอาออกสองต้น เหลือไว้เผื่อยึดเสาค้ำกลางหนึ่งต้น..ดินที่ขุดแข็งมาก ต้องหาน้ำมาช่วย แช่ไว้สักพักก็โยกและดึงออกได้ง่ายขึ้นครับ...

เมื่อนำเสาออกสองต้นแล้ว ก็จัดการถมหลุม และปรับหน้าดินให้สวยงาม เรียบร้อย พร้อมที่จะทำงานอย่างอื่นต่อไปได้...

ทดลองทำซุ้มโค้งด้วยท่อพีวีซีขนาดหนึ่งนิ้ว ต้องเช็คความสูงด้วย สูงเกินเราก็จะเก็บไม้ผลยาก..เอาพอสวยงามครับ...

จัดการผ่าไม้ซางบอมเล่มเล็ก ๆ แล้วนำมาคาดจัดการมัดด้วยลวดสีขาวกันสนิมพอให้แน่น..ลองโยกดูแล้วก็ยังไม่แข็งแรงสักเท่าไหร่...

หาไม้มายึดทำมุมโค้งช่วยอีกสองช่วง พร้อมกับหาสแลนมาคลุมด้านบนอีกนิดหน่อย เพื่อกันความร้อนของคนที่จะทำงานด้วยครับ...

มีเชือกจากการทำเล้าไก่อยู่ก่อนหน้านี้แล้ว ก็จัดการขนมาตัดและคลุมทับด้านบนอีกทีครับ(มองไม่ค่อยเห็น)..

รูปร่างหน้าตาที่ได้ก็ประมาณนี้..ฝ่ายบู๊จัดการเสร็จแล้ว ต่อไปก็รอฝ่ายบุ๋นมาจัดการต่อครับ..มองย้อนกลับขึ้นไปทางเรือนเพาะชำครับ..

มองภาพด้านข้าง ที่เสร็จเรียบร้อยแล้ว..ไม่เลิศไม่หรู ทำเท่าที่ความสามารถเรามี และอุปกรณ์เรามีอยู่แล้วครับ..

ลองมองภาพแรกกับภาพสุดท้ายดูสิครับ จะเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจน..สถานที่ดูดีขึ้นอีกเยอะเลย..
ทั้งหมดนี้ทำงานคนเดียว ใช้เวลาอยู่สองวันกว่าๆ ภาพตอนทำงานจึงไม่มีครับ..
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม ขอบคุณบ้านสวนพอเพียง ครับผม.

"พี่หนาน"

19/12/2560

 

 

กิจกรรมงานวันเกิดเว็บปีที่ 9 แบ่งปันพันธุ์ไม้

บ้านสวนพอเพียง - 19 ธันวาคม, 2017 - 10:52
Keywords: ครบรอบวันเกิดเว็บงานวันเกิดเว็บหมวดหมู่ของบล็อก: พบปะสมาชิก

     กิจกรรมที่ทำต่อเนื่องกันมาทุกปี ก็คือการแบ่งปันพันธ์ไม้ และเมล็ดพันธุ์  หากใครนำพันธุ์ไม้มาฝากแบบเจาะจงตัวบุคคลก็นำมาให้เลย ส่วนที่เหลือนอกจากนั้น ก็นำมาวางเข้ากองกลาง สมาชิกท่านใดสนใจพันธุ์ไม้ หรือเมล็ดพันธุ์ใด ก็หยิบเอาไปได้เลย

 

เอาไปแล้วก็ถ่ายรูปเป็นหลักฐาน

 

อยากได้อะไรหยิบไปได้เลย ช้าหมด อด

 

จะเอาก็รีบหยิบ อย่าลังเล :D

 

     นอกจากพันธุ์ไม้และเมล็ดพันธุ์ ก็ยังมีของฝากของกิน ขนม นมเนย ที่นำติดไม้ติดมือมาจากท้องถิ่นของตัวเอง นำมากองรวมกัน ให้สมาชิกนำกลับบ้านได้ตามใจชอบเช่นกัน

อันนี้ก็เป็นวัฒนธรรมของสมาชิกบ้านสวนพอเพียง ดังคำขวัญที่ว่า แบ่งปัน สร้างสรรค์ พอเพียง

 

ปี ๔ แห่งท้องทุ่ง

บ้านสวนพอเพียง - 19 ธันวาคม, 2017 - 00:28
หมวดหมู่ของบล็อก: ต้นไม้

 

กลับบ้านไปดูต้นไม้ที่ไร่ คราวนี้รู้สึกเสียใจกับการกระทำอันเลวร้ายของคนที่ไม่ประสงค์ดีกับไร่ของเรา เค้าบุกรุกที่ดินโดยการลอกเปลือกต้นไม้เรา เพื่อให้ต้นไม้เรายืนต้นตาย และนี่เป็นครั้งที่สองแล้ว 

ความโลภของคน ทำให้ความเลวร้ายครอบงำจิตใจคนผู้นั้นย่อมไม่เกิดผลดีต่อตนเองและผู้อื่นเลยครับ

ขอแสดงความเสียใจกับต้นไม้ที่กำลังจะยืนต้นตายจากการกระทำอันโง่เขลาของคนด้วยครับ

แหล่งที่มา

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=10156954200248696&id=643803695

 

ปล ผมขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับทีามาบ่นให้พี่ๆน้องได้อ่านกันครับ

กิจกรรม "เกี่ยวข้าว วิ่งว่าว ศิลปะเมล็ดพืช" ณ ไร่สุโขทัยนี้ดี

บ้านสวนพอเพียง - 16 ธันวาคม, 2017 - 10:47
Keywords: เกี่ยวข้าว วิ่งว่าว ศิลปะเมล็ดพืชหมวดหมู่ของบล็อก: งานฝีมือ

สวัสดีเพื่อนสมาชิกบ้านสวนพอเพียงทุกท่าน จากที่ผมได้ติดตาม Blog บ้านสวนพอเพียงก็ทราบว่ามีกิจกรรมพบปะเพื่อนสมาชิกบ้านสวนพอเพียงประจำปี 2560 นี้ในวันที่ 10-11 ธค. 60 ที่ผ่านมา แต่เนื่องด้วยผมติดภารกิจจัดกิจกรรมของที่ไร่ฯ จึงไม่สามารถไปร่วมงานได้ คงรอเพื่อนสมาชิกฯ มาอัปเดพผ่าน Blog แล้วกันครับ ถึงจะอยู่คนละที่แต่ก็อยากได้ยินเสียงเพื่อนสมาชิก ฯ มาบอกเล่าสู่ประสบการณ์กันฟังครับ

สำหรับกิจกรรม "เกี่ยวข้าว วิ่งว่าว ศิลปะเมล็ดพืช" ณ ไร่สุโขทัยนี้ดีถือว่าได้จัดขึ้นเป็นปีที่สอง สืบเนื่องจากกิจกรรมก่อนหน้านี้เป็นการปลูกข้าวเมื่อถึงระยะเวลาเก็บเกี่ยวข้าว (ความจริงล่าช้าไป 2-3 สัปดาห์ ข้าวรู้สึกจะแห้งเกินไป แต่อาศัยว่าหาช่วงวันหยุดที่พอจะมีเวลาจัดกิจกรรมครับ) จึงได้จัดกิจกรรมต่อเนื่องอีกครั้ง ผู้ปกครองยังคงให้ความสนใจพาบุตรหลานมาร่วมงานอย่างคับคั่งเช่นเดิม ถึงกิจกรรมจะคล้าย ๆ เดิมแต่เมื่อมีผู้ปกครองและเด็ก ๆ ชุดใหม่มาร่วมงาน ทีมงานก็ต้องอธิบายขั้นตอนและวิธีการของแต่ละกิจกรรมเพื่อให้ผู้ร่วมกิจกรรมได้รับทราบถือเป็นการเรียนรู้เป็นประสบการณ์เอาไว้สอนลูกหลานต่อไปครับ เรียนตามตรงจุดประสงค์หลักเป็นการจัดกิจกรรมเพื่อให้ครอบครัวได้ใช้เวลาว่างทำกิจกรรมร่วมกันภายในครอบครัว เป็นการส่งเสริมความอบอุ่นในครอบครัวครับ

กิจกรรมแรกเป็นการเกี่ยวข้าวและนวดข้าวครับ เช่นเดิมทีมงานไร่สุโขทัยนี้ดี ชาวนาปิ๋วและชาวนาจี (หากเพื่อนสมาชิกฯ ติดตาม Blog ของผมก่อนหน้านี้ในปีที่แล้ว คงยังจำได้ถึงน้องทั้งสองคนจากนครศรีฯ และพัทลุง) ยังคงมาเป็นวิทยากรอธิบายและสอนขั้นตอนการเกี่ยวข้าวด้วยเครื่องมือ เคียวไทย เคียวญี่ปุ่น แกระ และกรรไกร โดยผลัดกันทดลองชนิดเครื่องมือสำหรับแต่ละคนได้ทดลองเป็นประสบการณ์ ผู้ปกครองหลาย ๆ ท่านก็ได้ทดลองเกี่ยวและเก็บรวงข้าวไปเป็นที่ระลึกกันหลาย ๆ ท่านครับ หลังจากเกี่ยวข้าวแล้วก็สอนวิธีการมัดตอกและนำมานวด (หวด) ข้าวเป็นเมล็ด ๆ ออกมาครับ ก็เป็นที่สนุกสนานสำหรับเด็ก ๆ ครับ สำหรับปีนี้ผมปลูกข้าวเพียงเล็กน้อย (บอกตรง ๆ ไม่มีเวลาดูแลเลยครับ) คงไม่ได้นำไปสีเป็นข้าวสาร แต่คงเก็บไว้ทำพันธุ์ข้าวได้สบาย ๆ ครับ ปีนี้ทดลองปลูกข้าวไรซ์เบอรรี่อีกหนึ่งแปลง ขณะนี้ออกรวงแล้วคาดว่าอีกไม่เกิน 2-3 สัปดาห์คงเก็บเกี่ยวได้ครับ

กิจกรรมถัดมาเป็นกิจกรรมศิลปะเมล็ดพืช เป็นการนำเมล็ดพืชประกอบด้วย ข้าว ถั่วเขียว ถั่วแดง ถั่วดำ มาวางประกอบเป็นรูปภาพโดยใช้กาวประสานกับรูปภาพ ถือเป็นการฝึกสมาธิ การพัฒนากล้ามเนื้อของเด็ก ๆ และให้ผู้ปกครองทำไปพร้อม ๆ กันกับเด็กช่วยให้เด็กรู้สึกใกล้ชิดกับพ่อแม่และตั้งใจทำสุดฝีมือ ภาพกิจกรรมแสดงถึงความตั้งใจและฝีมือของแต่ละคนนี่เยี่ยม ๆ กันทั้งนั้นเลยครับ

 

ระหว่างพักเที่ยงหลังจากรับประทานอาหารกลางวันเรียบร้อย เด็ก ๆ ก็ไปเล่นสนามทรายบ้าง บ้างก็ไปไล่จับแมลงบ้างตามอัธยาศัยครับ

 

กิจกรรมที่สามคือกิจกรรมทำว่าว-วิ่งว่าว ผมสังเกตว่ากิจกรรมนี้เป็นที่ชื่นชอบทั้งเด็กและผู้ใหญ่เป็นอย่างมาก ผู้ปกครองหลาย ๆ ท่านก็พูดให้ฟังเหมือนจะย้อนไปวัยเด็กว่า "ผมไม่ได้ทำมานานมากแล้ว" ดีเลยครับตอนนี้มีลูก ๆ คงต้องย้อนรอยกลับไปสู่วัยเด็กแต่เหมือนเป็นพี่เลี้ยงช่วยทำว่าวให้กับลูกหลานตัวเอง หากดูด้วยสายตาก็จะเห็นคุณพ่อกลับไปสู่วัยเด็กอีกครั้งและสนุกสนานกับการทำว่าว-วิ่งว่าวเช่นเดียวกับลูก ๆ เลยครับ หลาย ๆ ท่านก็เก็บกลับบ้านเอาไว้ไปเล่นกับคุณลูกต่อไป

 

สุดท้ายกิจกรรมครั้งนี้อาจจะเหมือนละคร ReRun แต่ผู้แสดง (ผู้ร่วมงานกิจกรรม) ไม่เหมือนเดิมครับ ก็หวังว่าทั้งผู้ปกครองและเด็กที่มาร่วมงานจะได้รับประสบการณ์และความสุขสนุกสนานกันถ้วนหน้าตามคติ "ไร่สุโขทัยนี้ดี ไร่นี้มีแต่ความสุข" พบกันใหม่ Blog หน้า สวัสดีครับ

วิดีโอการทำไวน์ โดยลุงพี บ้านสวนพอเพียง

บ้านสวนพอเพียง - 16 ธันวาคม, 2017 - 05:57
Keywords: ไวน์การทำไวน์การแปรรูปผลไม้หมวดหมู่ของบล็อก: ความรู้เกษตร

เป็นข้อมูลสำหรับการศึกษาทดลองทำไวน์จากผลไม้พื้นถิ่น เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ในการพัฒนาศักยภาพและทักษะในการแปรรูปผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรเท่านั้น การผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อจำหน่ายต้องได้รับอนุญาตจากกรมสรรพสามิต

 

ตอนที่ 1

 

ตอนที่ 2

ตอนที่ 3

 

กิจกรรมงานวันเกิดเว็บปีที่ 9 (วิชาการ)

บ้านสวนพอเพียง - 15 ธันวาคม, 2017 - 09:23
Keywords: ครบรอบวันเกิดเว็บงานวันเกิดเว็บหมวดหมู่ของบล็อก: พบปะสมาชิก

     สำหรับงานวันเกิดเว็บก็จัดต่อเนื่องกันมาเป็นปีที่ 9 สำหรับปีนี้จัดที่ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรจังหวัดสมุทรสาคร ระหว่างวันที่ 10-11 ธันวาคม 2560 

 

สมาชิกมาร่วมงานที่ได้ถ่ายรูปรวมกันในตอนเช้าวันที่ 11 แต่ความจริงสมาชิกมามากกว่านี้ มีสมาชิกบางส่วนมาแล้วไม่ได้ค้างคืน

 

กิจกรรมในตอนบ่ายวันที่ 10 ความรู้เรื่องการทำไวน์ จากลุงพี บ้านสวนพอเพียง ผู้เชี่ยวชาญในการทำไวน์ เป็นคอร์สที่สมาชิกหลายคนรอคอย ได้ทั้งความรู้ ได้ทั้งชิมไวน์กันหนำใจ

 

 

 

เช้าวันที่ 11 ไปดูงานการทำมะพร้าวน้ำหอมผลสดส่งออก ของบริษัท K-Fresh และการแปรรูปมะพร้าว ของบริษัท all CoCo  ต.สามหลัก อ.บ้านแพ้ว จ.สมุครสาคร

 

 

 

 

เยี่ยมชมสวนมะพร้าวสวนลุงบุญลอย ต.บ้านแพ้ว อ.บ้านแพ้ว จ.สมุครสาคร

 

 

 

สำหรับปีนี้ก็ความรู้ทางวิชาการเพียบ ส่วนกิจกรรมความบันเทิงค่อยมาเล่าในบล็อกต่อไปครับ

 

 

 

ปลูกผักในกล่องโฟม

บ้านสวนพอเพียง - 6 ธันวาคม, 2017 - 23:59
หมวดหมู่ของบล็อก: พืชผัก

หนาวแล้วมาปลูกผักกัน ใกล้ๆกับที่ทำงานมีร้านอาหารญี่ปุ่น เอากล่องโฟมมาทิ้งผมเลยเก็บมาปลูกผัก

   - เจาะรูที่ก้นกล่อง ผสมดิน ขุยมะพร้าว แกลบ ขี้เถ้าแกลบ  ปุ๋ยคอก กากกาแฟ

   -เพาะกล้า15 วัน ย้ายปลูก รดด้วยน้ำผสมน้ำหมักขยะ เช้า-เย็น

- ผ่านไป 30 วัน

 

ปั่นสองล้อ มองหาเธอ..ฟูจิ

บ้านสวนพอเพียง - 5 ธันวาคม, 2017 - 22:43
Keywords: ภูเขาฟูจิซากุระญี่ปุ่นปั่นจักรยานเที่ยวหมวดหมู่ของบล็อก: ท่องเที่ยว

วันนี้อ้อยหวานพาเพลินจะนำลูกทัวร์ไปเปลี่ยนบรรยากาศ จากชมดอกไม้มาเป็นชมภูเขากันบ้าง และจากเดินชมกันหลายวันจนแข้งขาร้าวระบม เราจะเช่าจักรยานแล้วปั่นรอบทะเลสาบที่ตั้งอยู่ตรงเชิงภูเขาฟูจิ ภูเขาที่ชื่อดังที่สุดของญี่ปุ่น และเป็นสัญาลักษณ์ของประเทศ

ก่อนเริ่มปั่นเที่ยวกัน เรามาทำความรู้จักกับฟูจิกันนิดหน่อยนะค่ะ

ภูเขาฟูจิ เป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับหรือยังมีพลัง ระเบิดครั้งล่าสุดในปี 1707–1708 และมีความสูง 3,776.24 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล จัดว่าเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น และอาจจะสวยที่สุดเช่นกัน ภูเขาฟูจิยังเป็นภูเขาที่ศักดิ์สิทธ์ที่สุดของญี่ปุ่นอีกด้วย

ยัง..ยังไม่หมด เธอยังได้ตำแหน่งภูเขามรดกโลกจากองค์กรยูเนสโก้

ความงามของเธอปรากฎอยู่ในศิลปะญี่ปุ่นมาแต่โบราณ ทั้งภาพวาด ภาพเขียน และบทกวี เรียกได้ว่าเธอเป็นดาวค้างฟ้าเลยทีเดียว

และแน่นอนอยู่แล้ว ใครที่มาญี่ปุ่นแล้วไม่ได้ชมโฉมเธอ ก็ถือว่ายังไปไม่ถึงญี่ปุ่น เผลอๆ ถูกโดนไล่ให้กลับไปอีกรอบ

ว่าแล้ว เรายกพวกไปชมโฉมเธอกันเถอะ

 

ทะเลสาบคะวะโกะชิกุถือว่ามีทำเลที่ดีที่สุดสำหรับชมวิวภูเขาฟูจิ ตั้งอยู่ตรงเชิงเขาทางทิศเหนือ และมีรูปร่างรีๆ คล้ายเมล็ดถั่วแดง ปั่นจักรยานรอบทะเลสาบไม่ใกล้ไม่ไกล 35 กิโลเมตรเท่านั้นเอง ปั่นชิว ชิว มีขึ้นลงเนินกันนิดหน่อยให้หอบอ่อนๆ แต่วิวสวยมากมาย และที่สำคัญคือ เราได้ปลีกวิเวกจากนักท่องเที่ยวเป็นโขยงอีกด้วย

ดูดิ พอลงจากรถไฟปั๊บก็ได้เจอเธอเลย อยู่ด้านหลังสถานีรถไฟเลยทีเดียว หน้าสถานีมีร้านให้เช่าจักรยานอยู่สองสามร้าน เลือกคันเหมาะๆ จ่ายตังส์ แล้วไปกันเลย

 

ใครไม่ถนัดถีบรถ จะเลือกถีบเรือหงส์แทนก็ไม่ว่ากัน แต่บอกไว้ก่อนนะว่าจะไม่เห็นอะไรมาก เห็นแต่น้ำกับฟ้าและมีเธอยืนเด่น ดูแป๊ปเดียวก็เบื่อแล้ว

 

ปั่นจักรยานมีที่ให้หยุดแวะชมมากมาย ได้พักเหนื่อยอีกด้วย รอบทะเลสาบมีศาลเจ้าเล็กๆ แบบนี้อยู่ 7 แห่ง เป็นศาลของเทพเจ้าแห่งความโชคดีทั้งเจ็ด แต่ละศาลเจ้าตั้งอยู่กระจัดกระจายทั่วริมฝั่งทะเลสาบ

 

นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวให้หยุดชม และหยุดถ่ายเงินออกจากกระเป๋าตังส์อีกมากมาย เช่น พิพิธภัณฑ์ 7-8 แห่ง ร้านค้า สวนสนุก แต่บอกตรงๆ ว่าไม่ได้หยุดถ่ายเงินในกระเป๋าออกเลย เพราะแต่ละแห่งมีคนมหาสาร

ตรงนี้เป็นร้านค้าขนาดใหญ่ที่ปลูกลาเวนเดอร์เป็นสวน เอาไว้เรียกแขก แต่ช่วงนี้ยังหนาวเกินไป ลาเวนเดอร์ยังไม่เกิด

 

ไม่เกิด.. แต่วิวสวยนะ พูดภาษาไทยกันกระหึ่มเลย นักท่องเที่ยวไทยติดอันดับท็อปห้าของนักท่องเที่ยวในญี่ปุ่นเลยทีเดียว

 

เราไปต่อกันเลยนะ ไม่ต้องแวะหรอก ถึงแม้ว่าในร้านมีของชวนน้ำลายไหล และชวนให้เสียตังส์อยู่มากมาย แต่ปั่นจักรยานขนไม่ได้อยู่แล้ว เอ้า อยากหยุดก็หยุด แล้วเข้าห้องน้ำห้องท่าให้เรียบร้อยด้วย ให้เวลาสิบห้านาที อย่าลืมแวะชิมไอศครีมลาเวนเดอร์ด้วยละ นุ่มๆ มันๆ หอมอร่อย อ้อยหวานไม่ได้ถ่ายรูปในร้าน เพราะคนเยอะมาก

 

ปั่นต่อไปอีกนิดก็มาถึงตรงนี้ เป็นทางไม้ปั่นสบาย ฟูจิ เธอก็ยังอยู่กะเรา สวยพริ้งไปเลย

 

มีปั่นผ่านสวนด้วยนะ ตรงนี้เป็นสวนบลูเบอรี่ แต่ช่วงเดือนเมษายน บลูเบอรี่ยังนอนหลับไหลไร้ใบ เพราะแถบนี้ก็สูงพอสมควร อากาศจะอบอุ่นช้ากว่าที่ราบด้านล่าง

 

ถึงตรงนี้ วิวสวยขาดใจ!

เรามาถึงกึ่งกลางของระยะทางทั้งหมด

 

ไม่ต้องกลัวหิวน้ำเลยละ มีเครื่องแบบนี้อยู่มากมายหลายจุด อยากดื่มน้ำชนิดไหนจัดให้ทุกแบบ แถมเย็นเจี๊ยบด้วยนะ จุดนี้ห่างไกลผู้คนและนักท่องเที่ยว บ้านเรือนก็ไม่มีสักหลัง

 

สถานที่เดียวที่เราหยุดชมกันนานหน่อย ศาลเจ้าริมฝั่งทะเลสาบ

 

เป็นศาลเจ้าเล็กๆ แต่สวยดี แถมคนน้อยอีกด้วย

 

ถึงเวลาเรียนรู้เล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับศาลเจ้าชินโต นอกจากประตูโทริที่อ้อยหวานเคยเล่าให้ฟังในบล็อก ประตูโทริประตูสู่แดนศักดิ์สิทธิ์ แล้ว ยังมีสิ่งที่น่าสนใจใคร่ชมอีกหลายอย่าง เช่น เชือกศักดิ์สิทธิ์ชิเมะนะวะ (shimenawa) ถ้าเดินไปเจอเชือกแบบนี้ รู้ไว้เลยว่ามาเจอสิ่งศักดิ์สิทธิ์เข้าแล้ว

 

อ่างน้ำสำหรับชำระล้างทำความสะอาดก่อนไหว้เทพเจ้า ใช้ล้างมือ และล้างปาก คือล้างมือเสร็จก็ตักน้ำใส่ฝ่ามือ ป้วนปาก จะคายน้ำออกหรือกลืนลงไปก็ได้

 

น้ำใสสะอาด อ่างก็จัดอย่างสวยงาม อ่างน้ำของแต่ละแห่งจะแตกต่างกันไม่มากก็น้อย และสวยกันทั้งนั้น มีที่วางตะบวยให้เรียบร้อย แม้แต่เด็กๆ ญี่ปุ่น เมื่อล้างมือล้างปากแล้ว จะวางตะบวยเก็บที่เดิมอย่างเรียบร้อย มีระเบียบกันจริงๆ

 

แผ่นไม้เอะมะ (Ema) เป็นแผ่นไม้สำหรับเขียนคำอธิษฐานของลัทธิชินโต มีหลายรูปแบบแตกกันแต่ละศาลเจ้า อยากทราบที่มาที่ไปของแผ่นไม้นี้ อ่านได้ที่ “แผ่นเอะมะ แผ่นไม้อธิษฐาน เขียนคำอธิษฐาน ส่งสารแด่เทพเจ้า” อ้อยหวานเขียนไว้ค่อนข้างละเอียด และมีรูปให้ดูด้วย แต่ที่ลืมบอกไปในบทความก็คือ พอถึงปีเขาเก็บรวบรวมและมีงานก่อกองไฟ ก็มีแผ่นไม้นี่แหละเป็นฟืน คำอธิษฐานลอยล่องเป็นควันถึงเทพเจ้า

เมื่อสองสามเดือนก่อนน้องเบลลูกสาวของอ้อยหวานไปเที่ยวญี่ปุ่นกับน้องชาย ขากลับซื้อมาเป็นของฝากใหอ้อยหวาน เพราะเขาเห็นว่ามีรูปดอกไฮเดรนเยียสวยดี แม่ชอบดอกไม้ ทำเอาแม่ร้องเสียงหลง ก็ไม่เคยเห็นใครซื้อเอากลับบ้านนะสิ แล้วนี่เขามีเคล็ดอะไรหรือเปล่าก็ไม่รู้!

 

ออกจากศาลเจ้า ก็มาเจอกับสวนสมุนไพร ที่นี่มีปลูกอยู่หลายชนิด แต่ดูเหมือนว่ามีลาเวนเดอร์มากที่สุด เดือนกรกฎาคมคงจะเป็นทุ่งสีม่วงสวย  เลยมาฝั่งนี้ ก็อยู่ตรงเชิงฟูเขาฟูจิเลย ไม่มีทะเลสาบคั่น

 

ปั่นจักรยานรอบทะเลสาบ 35 กิโลเมตร และได้ชมโฉมเธอจนหนำใจ เสียดายที่ดอกซากุระของที่นี่ยังไม่บานกัน เพราะอากาศหนาวกว่าที่อื่นๆ แต่ไม่เป็นไรเพราะเราตั้งใจมาชมโฉมเธอเท่านั้น ในที่สุดอ้อยหวานได้ขีดถูกในรายการสถานที่ที่ฝันอยากไปปั่นจักรยาน ….ปั่นจักรยานชมภูเขาฟูจิ ไปมาแล้ว

 

ฝาครอบท่อระบายน้ำของแถบนี้ แน่นอนต้องมีเธอ!

 

โปรดติดตามอ้อยหวานเล่าเรื่อง “ก้าวเท้าที่นำไป ” ในตอนต่อไป

 

อ่าน “ก้าวเท้าที่นำไป ” ตอนแรก

ก้าวเท้าเดิน..ตามเสียงเรียกร้องของหัวใจ

ก้าวเท้าเดิน..ตามรอยเวลา

สองล้อเที่ยวชมวิถีชีวิตเมืองคอน 1

สองล้อเที่ยวชมวิถีชีวิตเมืองคอน 2

ฟ้าสวย น้ำใส ในถิ่นปักษ์ใต้ 1

ฟ้าสวย น้ำใส ในถิ่นปักษ์ใต้ 2

ฟ้าสวย น้ำใส ในถิ่นปักษ์ใต้ 3

โลกนี้สีชมพู 1

โลกนี้สีชมพู 2

ขอให้เพื่อนๆ มีแต่ความสุข

 

อ้อยหวาน

 

ปลูกสตรอเบอรี่ทานเองกันดีกว่า

บ้านสวนพอเพียง - 3 ธันวาคม, 2017 - 23:48
Keywords: การปลูกผักหมวดหมู่ของบล็อก: ความรู้เกษตร

ช่วงปลายฝนต้นหนาวของทุกๆปีจะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการปลูก เพราะต้นสตรอเบอรี่ต้องได้รับอากาศเย็นกระตุ้นให้ ติดออก ออกลูก การดูแลในช่วงแรกจึงสำคัญมาก ถ้าช่วงแรกดูและถูกวิธีจะมีผลทำใ้หต้นสตรอเบอรี่แข็งแรงส่งผลถึงผลลิตที่ดีในช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิตได้อีกด้วย สตรอเบอรี่พันธุ์พระราชทาน80 รูปทรงน่ารัก เนื้อนุ่ม สุกจัดจะหวานละลายในปากเลยทีเดียว

 

วางแผนดีเท่ากับสำเร็จไปแล้วครึ่งหนี่งที่เหลือก็แค่ลงมือปลูกและดูแล
สตรอเบอรี่ปลูกได้หลายแบบ 

ปลูกลงแปลงก็ได้

  

ปลูกบนรางก็ได้ 

ปลูกบนกระถางหรือถุงเพาะชำก็ได้

วันนี้จะมาแนะนำวิธีการปลูกในถุงเพาะชำครับเพราะสะดวกและเหมาะสำหรับปลูกประดับปลูกในพื้นที่ที่ไม่กว้างมากได้

คลิปแนะนำวิธีการปลูกสตรอเบอรี่ในถุงเพาะชำ

https://www.youtube.com/watch?v=R_ijWWPVNeI

 

เตรียมวัสดุ

1. เตรียมกระถาง ความกว้างประมาณ 8 นิ้ว 1 กระถางสำหรับสตรอบอรี่ 1 ต้น หรือใช้ถุงขาว ขนาด 6*12นิ้ว สำหรับ 2 ต้นใช้ถุงขนาด 7*13 นิ้ว

2. เตรียมดินร่วนคุณภาพดี

3. มะพร้าวสับหรือขลุยมะพร้าวหรือแกลบดิบ

4. ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยชีวภาพอัดเม็ด

5. ไหลสตรอเบอรี่(ต้นกล้าสตรอเบอรี่)

สัดส่วนการผสมดิน

  • ดินร่วน 2  ส่วน
  • ขลุยมะพร้าวหรือมะพร้าวสับหรือแกลบดิบ 3 ส่วน
  • ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยชีวภาพอัดเม็ด 1 ส่วน
  • วิธีการปลูก

    -   ผสมดินตามสัดส่วน ดินร่วน 2 ส่วน ขลุยมะพร้าวหรือมะพร้าวสับหรือแกลบดิบ 3 ส่วนและปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยชีวภาพอัดเม็ด 1 ส่วน แล้วนำดินที่ผสมเสร็จแล้วใส่ลงในกระถางที่เตรียมไว้ จากนั้นให้ขุดหลุมขนาดพอดีแล้ว ใส่กล้าสตรอเบอรี่ลงไปในกระถาง ต้องหันตรงที่ไม้ไผ่ล็อกเข้าด้านในกระถางเพราะลูกสตรอเบอรี่จะออกสวนทางกับเส้นที่ไม้ไผ่ล็อกไว้ ลำต้นต้องพอดีกับระดับผิวดิน ไม่ควรปลูกจมหรือลงลึกเกินไป เมื่อปลูกเสร็จแล้วควรรดน้ำทันทีช่วงสองอาทิตย์แรกให้น้ำสม่ำเสมอ เป็นช่วงฟื้นตัว ให้แค่พอชุ่มชื้นไม่ควรมากเกินไป เพราะหากเยอะไปน้ำขังอาจจะทำให้รากเน่าได้ หลังจากต้นแข็งแร็งแล้วควรให้น้ำทุกวันๆล่ะครั้ง ถ้าหากจำเป็นต้องใช้น้ำประปาที่มีคลอรีนรด จำเป็นต้องรองน้ำในภาชะเช่นโอ่งหรือถังน้ำโดยการเปิดฝาไว้ให้คลอรีนระเหย ควรพักน้ำไว้อย่างน้อย 7 วัน เพราะคลอรีนจะกัดรากต้นสตรอเบอรี่ทำให้ต้นสตรอเบอรี่ตายหลังจากปลูกสัก 1 อาทิตย์ เริ่มให้ขีวภันท์ป้องกันเชื้อราทางใบใช้ บาซิลลัส ทางรากใช้ ไตรโคเดอร์มา บำรุงราก ด้วยวิตามิน B1 และป้องกันแมลงด้วยบิวเวอร์เรีย  พ่นป้องกันต่อนเนื่องทุกๆ 7 วันสารชีวภันท์นั้นไม่เป็นอันตรายต่อคน

    การให้ปุ๋ย

  • หลังจากปลูกสตรอเบอรี่ลงกระถางเรียบร้อยแล้ว ประมาณสองอาทิตย์ ก็สามารถเริ่มให้ปุ๋ยได้ การใช้ปุ๋ยกับสตรอเบอรี่มักจะใช้อินทรีย์ร่วมกับปุ๋ยเคมีสูตรได้ ช่วงแรกใช้สูตร 15-15-15 ก่อน บำรุงต้น ราก และใบให้สมบูรณ์ที่สุดก่อน หลังจากปลูกไปประมาณ 1 เดือนเปลี่ยนมาใช้สูตรเร่งดอก  13-13-21 ต้นหนึ่งใส่ประมาณ 5-10 กรัม เป็นวงกลมออกห่างจากโคนต้นเล็กน้อย ให้อาทิตย์ล่ะครั้งไปเรื่อย ๆ ประมาณ 4 ครั้ง จนออกผลใช้เวลาไม่เกิน 20-25 วัน ช่วงที่ลูกสตรอเบอรี่เปลี่ยนจากสีส้มเป็นสีแดงสดใช้เวลา 1-3 วัน พอเข้าสู่ช่วงเก็บผลิตกลับมาใช้สูตร 15-15-15 เพื่อบำรุงต้นอีกครั้ง ควรให้อาหารเสริมทางใบ (แคลเซี่ยมโบรอน) อย่างน้อยเดือนล่ะครั้งในอัตรา 20 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตรเพื่อให้ผลผลิตที่มีผิวหนาสีสันสดใส

 

การกำจัดวัชพืช

การปล่อยให้มีวัชพืชขึ้นรบกวนต้นสตรอเบอรี่ ถึงจะปลูกในถุงหรือกระถางก็มีวัชพืชเช่นกัน จะมีผลทำให้ผลผลิตลดลงได้ เนื่องจากวัชพืชเป็นตัวแย่งน้ำแย่งอาหาร ทั้งยังเป็นแหล่งสะสมโรคและแมลงที่จะระบาดทำความเสียหายให้แก่สตรอเบอรี่ด้วย ดังนั้นควรหมั่นกำจัดวัชพืชที่ขึ้นรอบๆต้นสตรอเบอรี่อย่างสม่ำเสมอ และต้องคอยหมั่นริดใบแก่ออก เพื่อจะช่วยกระตุ้นให้ผลออกดี

 และที่สำคัญต้องมีการตัดแต่งช่อดอก เพราะหากมีช่อดอกมากเกินไปจะทำให้ต้นขาดความแข็งแร็ง ผลผลิตที่ได้จะมีขนาดเล็กไม่มีคุณภาพ

การให้น้ำ

การให้น้ำสตรอเบอรี่ควรใช้ระบบน้ำหยด ถ้าใช้สายยางหรือบัวรด ควรพรรวนดินบางๆทุกๆ7วัน  เพราะจะทำอากาศในถุงหรือกระถางระบายอากาศได้ดี ทำให้ต้นสตรอเบอรี่แข็งแร็งไม่เป็นโรคง่าย และแปลงปลูกสะอาด ไม่ชื้นแฉะ มีวัชพืชน้อย และที่สำคัญผลผลิตมีคุณภาพดีแลประหยัดน้ำ ให้ครั้งล่ะประมาณ 20-30 นาที

 

การปลูกสตรอเบอรี่ทานเองนั้นสามารถควบคุมปริมาณสารพิษได้เพราะถ้าปลูกทานเอง สามารถเลือกได้ว่าจะใส่หรือไม่ใส่อะไรลงไปก็ได้ ได้ทั้งความบ้นเทิง ฝึกสมาธิ ได้เรียนรู้และมีทักษะที่ดีขึ้นในการฝึกปลูก ฝึกสังเกตุเรียนรู้ต่อเนื่องต่อไป 

 

หน้า

Subscribe to โรงพยาบาลภักดีชุมพล ตัวดึงฟีด