ตัวรวบรวมแหล่งข่าว

พลาสติกวิศวกรรมที่นำมาใช้ในชีวิตประจำวัน

บ้านสวนพอเพียง - 14 มีนาคม, 2019 - 10:27
Keywords: พลาสติกวิศวกรรมพลาสติกอุตสาหกรรมพลาสติกทนความร้อนหมวดหมู่ของบล็อก: อื่นๆ

 

พลาสติกคือวัสดุที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของเราเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะมองไปที่ไหนก็จะเห็นพลาสติก เช่นแก้วน้ำ ปากกา ชิ้นส่วนประกอบต่างๆที่ใช้ทั้งในครัวเรือนและอุตสาหกรรม พลาสติกทนความร้อนอย่างถุงพลาสติกที่นำมาใช้เป็นพาชนะในการใส่อาหาร เพราะอาหารที่เรารับประทานนั้นมีทั้งร้อนและอุณหภูมิปกติ การนำพลาสติกทนความร้อนมาใช้จึงเกิดประโยชน์ขึ้น

ในวงการแห่งโลกอุตสาหกรรม แน่นอนว่าพลาสติกมีบทบาทอย่างมากในการผลิตสินค้าและวัสดุต่างๆ เรียกได้ว่าพลาสติกอุตสาหกรรมคือเฟืองที่ขับเคลื่อนงานอุตสาหกรรม แม้ว่าจะมีการรนรงค์การลดใช้พลาสติกมาอย่างต่อเนื่อง แต่เราก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าพลาสติกมีส่วนสำคัญกับชีวิตของเรา ภาพรวมของอุตสาหกรรมพลาสติกในประเทศไทยมีผลต่อเศรษฐกิจของประเทศ เพราะอย่างที่เราทราบกันว่าสิ่งของต่างๆที่เราใช้ในชีวิตประจำวันนั้นผลิตมาจากพลาสติกแทบทั้งสิ้น ถึงแม้ว่าการใช้พลาสติกจะสร้างขยะและมลภาวะให้กับโลกใบนี้เพราะพลาสติกใช้เวลาระยะนานหลายร้อยปีในการย่อยสลาย ถ้าเราทำการวิจัยนำพลาสติกต่างๆกลับมาใช้ใหม่ ใช้ซ้ำให้ได้เกิดประโยชน์สูงสุด เชื่อว่าจะสามารถลดปริมาณขยะพลาสติกลงไปได้ แต่ในภาคการก่อสร้างหรือภาคอุตสาหกรรม เราหลีกเลี่ยงการใช้พลาสติกแทบจะไม่ได้เลย เมื่อมาคำนึงถึงข้อดีและข้อเสียของการใช้ถุงพลาสติกก็จะเข้าใจได้ว่า ข้อดีคือถุงพลาสติกชนิดนี้มีคุณสมบัติดีมากในการนำมาขึ้นรูปทรงใหม่ รวมถึงปรับขนาดตามความต้องการของเราได้ง่ายอีกด้วย และยังมีความคงทนสูง จึงทําให้ถุงพลาสติกเป็นที่นิยมใช้กันแพร่หลาย ส่วนข้อเสียคือทำให้ธรรมชาติเสื่อมโทรมเพราะพลาสติกที่ใช้แล้วจำนวนน้อยมากที่สามารถนำกลับมาผลิตใหม่ได้ (recycle) ส่งผลให้มีขยะจากถุงพลาสติกจำนวนมาก วิธีการกำจัดถุงพลาสติกในปัจจุบันคือการใช้การฝังกลบซึ่งจะเป็นมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศน์ และสุขอนามัยต่อประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงกับพื้นที่ฝังกลบ

อย่างไรก็ตามเราเชื่อว่าเทคโนโลยีสมัยใหม่จะช่วยทำให้เราใช้พลาสติกได้อย่างคุ้มค่าและกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด ทั้งใน พลาสติกอุตสาหกรรม พลาสติกทนความร้อน และพลาสติกวิศวกรรมเองที่จะต้องมีนวัตกรรมใหม่ๆเข้ามาช่วยดูแลให้การใช้พลาสติกของเรายังคงสร้างสิ่งที่มีประโยชน์ต่อประเทศและเศรษฐกิจได้ต่อไป หากสนใจรายละเอียดเพิ่มเติม https://www.thaipolymer.co.th/engineeringplasticsgroup

ไว้วางใจรถเช่าเมื่อต้องแอ่วเหนือ

บ้านสวนพอเพียง - 14 มีนาคม, 2019 - 10:17
Keywords: รถเช่า เชียงรายเช่ารถ เชียงรายรถเช่า เชียงราย สนามบินหมวดหมู่ของบล็อก: ท่องเที่ยว

 

เมื่อนึกถึงภาคเหนือ สิ่งแรกที่เรานึกถึงคือ ภูเขาวิวสวยๆและอากาศเย็นในช่วงฤดูหนาวหรือบนยอดดอย จังหวัดทางภาคเหนือหลายจังหวัดนั้นมีสถานที่ที่ท่องเที่ยวมากมายทั้งธรรมชาติและวัดวาอาราม และแหล่งธรรมชาติมากมาย

ซึ่งภาคเหนือนั้นมีลักษณะภูมิประเทศแบบเทือกเขาสลับซับซ้อน ส่วนสภาพอากาศของภาคเหนือเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลอย่างเห็นได้ชัด เช่น มีฤดูหนาวที่หนาวเย็นกว่าภูมิภาคอื่น ๆ ทางด้านประวัติศาสตร์ของภาคเหนือมีความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมกับอาณาจักรล้านนาซึ่งเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ โดยคำว่าล้านนานั้น หมายถึง ดินแดนที่มีนานับล้าน หรือมีที่นาเป็นจำนวนมาก บ่งบอกถึงความยิ่งใหญ่เกรียงไกรเมื่อครั้งอาณาจักรล้านนาเรืองอำนาจ สถานที่ต่างๆที่ยังคงหลงเหลือร่องรอยอารยะธรรมยังมีอยู่มากมายให้เราได้ไปศึกษา จังหวัดทางภาคเหนือที่มีสถานที่ให้เราได้เยี่ยมชมนั้นมีทั้ง เชียงใหม่ เชียงราย การเดินทางที่เราต้องคำนึงคือ หากเราไม่ชำนาญเส้นทางอาจทำให้เสียเวลาได้ การเช่ารถจึงถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีในการท่องเที่ยวต่างจังหวัด บริการการรถเช่า เชียงราย หากเราเลือกที่จะท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงรายเช่น วัดร่องขุน วัดที่มีความสวยงามจิติรตระการตา ให้ความรู้แก่พุทธศาสนาและกฎแห่งกรรม สิ่งที่ทำให้เรายิ่งอุ่นใจในการเที่ยวภาคเหนือของเราคือบริการ เช่่ารถ เชียงราย เพราะเราไม่ต้องขับรถมาเองจากบ้าน อาจะทำให้เราเหนื่อยล้าและต้องพักผ่อนเพื่อจะได้มีแรงขับรถต่อ แต่ถ้าเราเลือกวางแผนที่จะเดินทางโดยเครื่องบินและเลือกบริการรถเช่า เชียงราย สนามบิน ยิ่งเพิ่มความสะดวกสบายให้เราและครอบครัวเป็นอย่างมาก ทำให้เราลดความกังวลในการบริหารเวลาการท่องเที่ยวภาคเหนือได้อย่างดี

การเดินทางแอ่วเหนือของเราจึงไม่เป็นปัญหาอีกต่อไปหาเราเลือกที่จะใช้บริการรถเช่า เชียงราย ที่สามารถรับส่งเราตั้งแต่สนามบินและเช่ารถ เชียงรายออกเดินทางท่องเที่ยวได้เลย แม้ว่าเราจะมีวันหยุดแค่เพียงไม่กี่วัน เราก็สามารถที่จะท่องเที่ยวสถานที่ต่างๆในภาคเหนือได้อย่างสบายใจและมีความสุข หากสนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการเช่ารถ https://www.phinitcarrentchiangrai.com/blank-3

การเดินทางของความฝัน-ภาคพิเศษ The Journey Of Dream (Special)

บ้านสวนพอเพียง - 3 มีนาคม, 2019 - 18:17
Keywords: ไร่สวนฝันดอกคัตเตอร์พันธุ์คัตเตอร์ซ่อนกลิ่นสร้อยทองผักหวานป่าป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่างเศรษฐกิจพอเพียงพืช organicหมวดหมู่ของบล็อก: เศรษฐกิจพอเพียง

สวัสดีคะเพื่อนๆ สมาชิกทุกท่าน

ดีจังหายหน้าไปนานมาก ด้วยมีหลายอย่างเกิดขึ้นในเกือบ 2 ปี ที่ผ่านมา แม้จะยังไม่ได้เข้ามาที่นี่เลย แต่ก็ยังระลึกถึง มิตรภาพที่เคยเกิดขึ้น ณ ที่แห่งนี้เสมอมา และคิดตลอดว่าเมื่อจัดการเวลาได้แล้ว จะเข้ามาเล่าเรื่อง แบ่งปันสิ่งที่ได้เรียนรู้ เผื่อจะมีประโยชน์ต่อเพื่อนสมาชิกบ้างค่ะ ต่อไปนี้เป็นเรื่องราวบางส่วน ที่เกิดขึ้นภายในสองปีที่ผ่านมา ในชื่อตอน การเดินทางของความฝันภาคพิเศษ ที่ต้องปรับเปลี่ยนบางอย่าง แต่ก็มั่นคงในปณิธานของการทำเกษตรอินทรีย์ และเศรษฐกิจพอเพียง

1. เรื่องหนึ่งที่เกิดขึ้นในสองปีที่ผ่านมาและถือเป็นจุดเปลี่ยน อย่างหนึ่งของการทำสวน คือ พ่อและแม่มีปัญหาสุขภาพ พ่อเป็นไขมันพอกตับ คลอเรสเตอรอลสูง ความดันสูง ยูริคสูง น้ำตาลสูง เสี่ยงต่อเบาหวาน เก๊า และตับ ในขณะที่แม่ก็ปวดเข่า เข่าบวม พอรู้ว่าพ่อแม่มีปัญหาสุขภาพ งานในสวนทุกอย่างต้องถูกปรับเปลี่ยนหมด คือ ให้ยกเลิกการปลูกพืชผัก ที่ต้องใช้แรงงานมาก เช่นเก็บสะระแหน่ โหระพา ตัดดอกไม้ ในช่วงแรกให้พักรักษาตัว ไม่ต้องทำงานเยอะ และจ้างคนมาช่วยอย่างน้อย อาทิตย์ละ 2 วันเพื่อดูแล เรื่องหญ้า ต่างๆ  อาหารการกินก็ต้องปรับเปลี่ยน จากการกิน หมู ไก่ อาหารทะเล ก็ต้องปรับมาเป็นปลา ให้มากขึ้น ทานสมุนไพร เช่น ขิง เพิ่มขึ้น ดื่มน้ำอุ่น งดแป้งในอาหารเย็น งดแอลกอฮอล์ทุกชนิด

ในช่วง 6 เดือนแรก งดแอลกอฮอล์ในบ้านโดยเด็ดขาด ใครจะมาสวนมาไร่ มาเยี่ยม ก็ขอความร่วมมือ งดเบียร์ งดเหล้า ผ่านไป 3 เดือนหลังหลังจากปรับเปลี่ยนพฤติกรรม น้ำหนักพ่อลดจาก 70 เหลือ 64  กก ไขมันพอกตับหายไปหมด จนคุณหมองง ว่าทำได้ยังไง แต่ยังรักษาอาหารสูงอย่างอื่นกันต่อเนื่อง และนัดพบหมอทุก 4 เดือน เพื่อดูโรคอื่นๆ  ปัจจุบัน ผ่านมา 1 ปีกว่า อาการของพ่อดีขึ้นเยอะ น้ำหนัก 60 นิดๆ ไม่มีไขมันในตับ น้ำตาลในเลือดปกติ ยูริคปกติ ความดันปกติ มีเครื่องวัดความดันพกพา คอยวัดและจดบันทึกตลอด และพบหมอทุก 6 เดือน

ส่วนแม่ เข่าบวม เนื่องจากเอ็นไขว้หน้าขาด อันเกิดจากการทำนา เดินลุยโคลน แล้วแล้วตอนที่ยกขาขึ้น เสียจังหวะ ทำให้เกิดเสียงดังในเข่า แรกๆ ก็รักษาแบบบ้านๆ ไปหาพระ ใช้น้ำมันเลียงผาทา ดีขึ้นบ้างแย่บ้าง ไปหาหมอกระดูกที่เคยรักษา รับยามากิน แต่ก็ไม่หายสนิท ยังบวบบ้างยุบบ้าง จนท้ายที่สุดบอกแม่ว่า ไป รพ เถอะ เดี๋ยวจัดการให้

พอไปหาหมอที่ รพ หมอสั่งทำ MRI เข่า จนพบว่า เอนไขว้หน้าขาด ใช้คำว่าเปื่อยยุ่ย (จากผล MRI) น้ำในข้อเข่าน้อย หมอแนะนำให้เข้ารับการผ่าตัดส่งกล้องถึงจะหายขาด  แต่การผ่าตัดเข่านอกจากค่าใช้จ่ายที่สูง การวางยาสลบ ก็เป็นอีกปัจจัย ที่ครอบครัวต้องพิจารณา ว่าแม่จะรับไหวหรือไม่ (เพราะเคยผ่าตัดใหญ่ เขาไม่อยากโดนวางยาสลบอีก ) และอาการของแม่ มันถึงนั้นจริงหรือไม่ ก็ปรึกษาคุณหมอเจ้าของไข้ ว่ายังก็มีทางเลือกอื่นอีกไหม หมอก็บอกว่า มีคนไข้อาการแบบนี้ดีขึ้น จากการไม่ผ่าตัด คือฉีดน้ำข้อเข่าเทียม (เราก็นึกว่าหมอในใจ ถ้ามีทางเลือกทำไมไม่บอกแต่แรก จะให้ผ่าตัดทำไม แต่ก็เข้าใจหมอแหละ เพราะมันอาจไม่หายก็ได้) ซึ่งไม่ว่าจะผ่าตัด หรือรักษาวิธีอื่นคุณหมอก็ดูแลดีมาก มีโทรมาถามติดตามอาการตลอด ซึ่งไม่เคยเจอหมอแบบนี้ที่ไหนเลย ท้ายที่สุด บ้านเราตกลงกันเลือกวิธี ฉีดน้ำข้อเข่าเทียม ซึ่งต้องฉีด 3 เข็ม ปกติหมอจะฉีดครั้งละ 1 เข็ม ห่างกันเดือนละครั้ง แต่หมอเห็นว่าแม่อยู่ต่างจังหวัด และเคยมีคนไข้แบบนี้ หมอก็ไม่อยากให้เสียเวลา เลยแนะนำว่า สามารถฉีดครั้งเดียว 3 เข้มได้ ไม่อันตราย ก็เลยทำตามหมอบอก แต่สิ่งที่หมอไม่ได้บอก และเจอวันจริงคือ อาการปวดและบวม จากการฉีด 3 เข็มติดกัน แม่ถึงขั้นบอกว่า จะไม่มาหาหมอคนนี้อีกแล้ว เอาจริงๆ มันก็เป็นผลข้างเคียงที่รับได้นะ กับการเที่ยวไปเทียวมา 3 ครั้ง และในระหว่างที่ปวด หมอและพยาบาลก็มาดูแลปฐมพยาบาลให้เต็มที่ แต่แม่เราเองที่เข็ดขยาดและเคืองหมอ จนตอนนี้ผ่านมาเกือบปี อาการเข่าบวมหายไป ไม่กลับมาเป็นอีก และแม่กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ  สิ่งที่อยากจะบอกในข้อนี้คือ สุขภาพ และอาหารการกิน เป็นเรื่องสำคัญมากๆ ที่เราต้องใส่ใจอละให้ความสำคัญ

เมื่อพ่อแม่ ซึ่งเป็นคนดูแลไร่ มีปัญหาสุขภาพ ดังนั้นการปรับเปลี่ยนการทำเกษตรก็ต้องทำให้เหมาะสม ตอนแรกคิดถึงขั้น เลิกทำเลยดีไหม ให้พ่อแม่อยู่บ้านเฉยๆ ซึ่งเขาก็ทำไม่ได้ และก็คิดถึงความฝันเรา ว่ามันจะไปต่อยังไง หรือเราต้องลาออกจากงานประจำมาทำเอง ซึ่งก็ยังไม่มีใครเห็นด้วยในตอนนั้น เพราะการลงทุนในการทำสวนเยอะ และรายได้ยังไม่เพียงพอเลี้ยงทุกคนได้  แล้วการทำเกษตรแบบไหนถึงจะอยู่บนเส้นทางสายกลาง พ่อแม่ช่วยได้ ไม่หนักไป เรายังได้ทำในสิ่งที่ฝัน และเป็นที่พึ่งของคนรอบข้างได้ เป็นคำถามที่ยังต้องหาคำตอบต่อไป

 2.เปลี่ยนจากการขายไม้ตัดดอก มาเป็นขายพันธุ์ดอกไม้ คัตเตอร์ ซ่อนกลิ่น และสร้อยทอง เพราะการดูแลน้อยกว่าการขายเป็นไม้ตัดดอกเยอะมาก เราไม่ต้องกังวลเรื่องแมลงที่มากินดอก ต้องฉีดชีวภาพไล่แมลง ต้องใช้แรงงานเยอะ พอเป็นขายต้นพันธุ์ก็เน้นดูแแลรากและใบให้แข็งแรง สวยงาม ประกอบกับช่วงนั้นได้รู้จักจุลินทรีย์ อรุณสวัสดิ์ ซึ่งเป็นเครื่องมือในการบำรุงรักษาพืชได้ดีมาก เลยทำให้การดูแลต้นพันธุ์ง่ายขึ้น  ส่วนการขาย แทนการตัดดอกและขนไปยังร้านดอกไม้ ก็เปิดรับออร์เดอร์ออนไลน์ทั้งทางเพจ เฟสบุ๊คและไลน์ จัดส่งทางไปรษณีย์และเคอร์รี่ จัดส่งสัปดาห์ละครั้ง ทุกวันจันทร์ พอเริ่มทำแบบนี้ งานสวนเริ่มเบาขึ้น พ่อแม่ก็สนับสนุนเพราะงานไม่หนักมาก การขายพันธุ์ดอกไม้ก็เลยเริ่มต้นขึ้นจากวันนั้นมาจนถึงวันนี้ ในวิกฤติมักมีโอกาสซ่อนอยู่เสมอ เราแค่ต้องมองหามันให้เจอ

คัตเตอร์สีม่วง

คัตเตอร์สีขาว

คัตเตอร์สีชมพู

ต้นพันธุ์คัตเตอร์ที่มีรากยาว พร้อมปลูก

ต้นพันธุ์คัตเตอร์ก่อนส่งให้ลูกค้า

3.ลาออกจากงานที่ทำมาเกือบ 6 ปี  สิ่งที่ขาดหายไปในช่วง 1 ปีในช่วงก่อนลาออกคือ เวลาส่วนตัว มีเวลาให้ตัวเองไม่มาก เวลาให้สวนก็น้อยลง โพสในเพจแทบจะเดือนละครั้งหรือสองเดือนครั้ง ไม่ได้มาสวนเกิน 3 เดือนติดกัน จนวันหนึ่งก็เริ่มคิดว่าเราจะใช้ชีวิตแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่ ทุ่มเทกับงานประจำ (ซึ่งมันก็ไม่ผิด) อดนอน กินข้าวไม่ตรงเวลา จริงจัง เครียด ทุกครั้งที่ล้มป่วยก็จะถามตัวเอง แต่เมื่อหายป่วยก็กลับไปทำงานเป็นบ้าเป็นหลังเหมือนเดิม จริงๆ ตัดสินใจลาออกและจะเคลียร์งานภายใน 1 ปี เพราะมีโปรเจคที่ต้องทำให้เสร็จ และได้แจ้งล่วงหน้าแบบเป็นทางการ 3 เดือน ซึ่งเมื่อคนที่เกี่ยวข้องรับทราบ  เขาก็ไม่ยอมปล่อยให้ออกง่ายๆ ต้องฝ่าหลายด่านมาก แต่เพราะเราคิดมาดีแล้ว วางแผนมานานแล้ว และตัดสินใจแล้ว ท้ายที่สุดทุกคนก็ต้องยอมปล่อยเราไป และบอกว่าเคารพในการตัดสินใจ

เมื่อรู้ว่าจะได้ลาออก และได้งานใหม่แล้ว ก็เริ่มวางแผนไปเที่ยวนอร์เวย์ ใน 10 วันสุดท้ายก่อนสิ้นสภาพการเป็นพนักงาน ซึ่งเป็นความฝันมานาน แต่ลางานไม่ได้ยาวขนาดนั้นสักที ทั้งที่มีวันลาเหลือ 55  เลยขอทำความฝันให้เป็นจริง (รายละเอียดการเที่ยวไว้จะหาโอกาสมาเล่าในโพสแยกต่างหากค่ะ) และการไปนอร์เวย์ครั้งนี้ก็ได้เปิดมุมมองใหม่ๆ และมีความสุขมากที่ตัดสินใจไป แม้จะลุ้นระทึกหน่อยในการทำงานวันสุดท้าย พร้อมเดินทางไปนอร์เวย์ตอนกลางคืน งานก็ไม่เสร็จ ยังประชุมจน 6 โมงเย็น และโดนโทรตามว่า เธอจะยอมตกเครื่องหรือยังไง ทำไมยังไม่เลิกทำงาน เลิกทำงานเดี๋ยวนี้ ออกมาได้แล้ว สุดท้ายจึงต้องหอบแลปทอปขึ้นเครื่องไปด้วย

 

เอาภาพไแเป็นน้ำจิ้มก่อนนะคะ ยังไม่อธิบาย ไว้โพสแยกต่างหาก

 

4. เริ่มงานใหม่ เรียนรู้วัฒนธรรมองค์กรแบบใหม่ ธุรกิจใหม่ โดยคิดว่าจะมีเวลาให้ตัวเองและสวนมากขึ้น แต่คิดผิดถนัด 3 เดือนแรกต้องทำ ปรับเปลี่ยนโครงสร้างการทำงาน project reorganization ต้องมีเลิกจ้างพนักงาน ปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ เป็นงานที่เครียดมาก ได้แต่ทำให้เป็นธรรมกับทุกฝ่ายมากที่สุด ทั้งลูกจ้างและนายจ้าง หนึ่งปีในที่ทำงานใหม่ มีเวลามากกว่าปีที่จะลาออกจากที่เดิม แต่ไม่ได้มากมายอย่างที่คิดตอนแรก เริ่มกลับมาถามตัวเองจริงจังมากขึ้นในช่วง 6 เดือนมานี้ ว่าจะใช้ชีวิตอย่างไร จะเดินทางสายกลางอย่างไรกับ ความฝันเราเอง ครอบครัว ญาติมิตร ที่เราต้องดูแล เราจะทิ้งคนเหล่านั้นเพื่อความฝันได้เหรอ บ้าน รถ ภาระที่ต้องดูแล จะทิ้งมันไปได้อย่างไร เป็นคำถามที่ต้องตอบ ตอนนี้มีแผนบางอย่างในใจแล้ว ถ้าทำได้แล้วจะมาเล่าให้สมาชิกได้ฟังนะคะ

5.ฟังธรรมะบ่อยมากแทบจะทุกเช้าในช่วงหนึ่ง โดยเฉพาะธรรมะของท่าน ว.วชิรเมธี และดูคลิปเกษตรบ่อยมาก เมื่อเอามาประมวลผลกับสิ่งที่ทำอยู่ ทำให้เริ่มเข้าใจเรื่องของเกษตรมากขึ้นในทางทฤษฎี และปฏิบัติในบางเรื่อง หลายเรื่องกำลังทดลองอยู่

6.ผักหวานป่า ที่เคยปลูกไว้เมื่อ เมื่อ 3 ปีก่อน ตอนนี้ให้ผลผลิตแล้ว เริ่มเก็บมาทำกินได้ตั้งแต่ปีที่แล้ว ได้แจกญาติ เอาไปทำบุญ และขายนิดๆ หน่อยๆ แต่ปีนี้ผักหวานป่า ครบอายุที่จะเก็บขายได้ ตอนนี้อยู่ในระหว่างการตัดแต่งกิ่ง เพื่อทำผักหวานนอกฤดู ผักหวานป่าจะเป็นหนึ่งในพืชที่สร้างรายได้หลัก อีกชนิดหนึ่งของไร่สวนฝัน

อัพผ่านมือถือ ภาพกลับหัวหลายอัน เดี๋ยวมาอัพใหม่พรุ่งนี้ค่ะ

7.เลี้ยงใส้เดือน AF เพื่อทำปุ๋ยใช้เอง ถ้ามีเหลือจะแบ่งขาย

8.ผลไม้ที่ปลูกไว้เริ่มให้ผลผลิต ทั้งเงาะ ลำใย มะม่วง ขนุน ยังไม่ถึงขั้นพอขาย แค่พอกินและพอแจก ส่วนผลไม้ที่ยังไม่ออกผลคือ ทุเรียน ลองกอง มังคุด อันนี้น่าจะอีก 2-3 ปี ข้างหน้า

9.ไผ่เลี้ยงที่ปลูกไว้ให้ผลผลิตแล้ว และสามารถทำหน่อไม้นอกฤดูได้แล้ว หน่อไม้ หรือไผ่ จะเป็นพืชอีกชนิดที่สร้างรายได้หลักในอนาคต

10.เห็ดระโงก ตับเต่า ตะไค ลงไปรอบที่สอง ยังไม่เกิด รอลุ้นว่าจะเกิดไหมในปีนี้ และจะเริ่มลงครั้งที่สามเร็วๆ นี้เพื่อทดลองบางอย่าง เห็ดป่าหลายชนิดจะเป็นรายได้หลักอีกทางใน 1-2 ปีข้างหน้า เพราะเรามีป่า เราจึงสามารถปลูกเห็ดได้

11.โปรเจคที่พอจะบอกเล่าให้ฟังได้ก่อน อย่างหนึ่ง คือ การทำถ่านชีวภาพ หรือถ่านไบโอชา หรือ ถ่านชาโคล เป็นถ่านที่เผาโดยความร้อนสูง 1000 องศา ใช้เพื่อสุขภาพ และใช้เพื่อการเกษตรได้ อีกไม่เกิน 3 เดือนจะเอาผลงานมาให้ชมกันค่ะ

12. สร้างไร่สวนฝัน 2  ที่หนองคาย ที่ดินของแม่อีก 10 ไร่ กลางปีนี้จะมีภาพของไร่สวนฝัน 2 มาให้ชมกันค่ะ

มันน่าแปลกมาก ที่แม้บางครั้งไม่มีเวลาคิดเรื่องเกษตรเลย แต่พอคิดถึงมัน ก็จะตระหนักรู้ในจิตใต้สำนึกตลอดเวลาว่า "มันคือทางของเรา" วิถีชีวิตที่เรียบง่ายในธรรมชาติ สิ่งที่เรามีและสามารถแบ่งปันช่วยเหลือคนอื่น แม้จะไม่มีเงินแต่เราก็มีข้าวให้กิน อย่างคำพูดที่ อ.ยักษ์ มักอ้งางถึง "เงินทองเป็นของมายา ข้าวปลาเป็นของจริง" เรารู้ว่าชีวิตการทำเกษตรมันมีหลายมุม ไม่ใช่แค่มุมสวยงามที่ใครๆ โพสในโซเซียล มันมีทั้งภัยธรรมชาติ ผลผลิตตกต่ำ อะไรๆ ที่ไม่ป็นไปตามคาดหวัง หรือ ธรรมชาติบางอย่างที่เราเอาชนะหรือควบคุมไม่ได้ เงินทุนที่ยังไงก็ต้องมีจำนวนหนึ่ง เราเข้าใจมันดี เพราะเราก็เจอมาแล้วทุกอย่าง แต่เราก็ยังนึดมั่นในความฝันนี้ อยากเดินทางตามความฝัน และทำให้มันเป็นจริงให้ได้  ฝันและหวังที่ไม่ใช่ของเราคนเดียว แต่ฝันของเรานั้นเกี่ยวข้องกับคนรอบข้างมากมาย เรามิอาจทำลายความหวังของพวกเขา ที่อยากให้ลูกหลานประสบความสำเร็จในชีวิต มีความเป็นอยู่ในอัตภาพที่พอเหมาะ ความฝันของเราต้องสามารถโอบอุ้มความหวังคนรอบข้างไปด้วยกันให้ได้ ทางสายกลางที่เหมาะสม ยังเป็นสิ่งที่เราต้องค้นหา แต่เราเชื่อมั่นว่าเราจะหามันจนเจอ ไม่ว่าอุปสรรคอะไรที่เราต้องเจอในทางข้างหน้า เราจะไม่ย่อท้อ แค่ต้องแก้มัน และผ่านมันไปให้ได้ เพราะเรามีคนข้างหลังและคนข้างๆ รอเราอยู่มากมาย

สู้ๆ ไปด้วยกัน ทำความฝันของพวกเราให้เป็นจริง นะค่ะ

#dreamforestfarm

#ไร่สวนฝัน

https://www.facebook.com/dreamforestfarm/

 

*** เนื่องจากเนื้อหายาว และอัพรูปผ่านมือถือ ซึ่งจัดอะไรไม่ได้เยอะ  และกลัวเนื้อหาหาย จึงขอหยุดแพแต่เพียงเท่านี้ก่อน ขออภัยในความไม่สะดวก พรุ่งนี้จะอัพภาพเพิ่มคะ

สรุปข้อมูลเกษตรผสมผสานสวนไผ่อาบูปี 2561

บ้านสวนพอเพียง - 3 มีนาคม, 2019 - 16:58
Keywords: ไผ่ในสวนยางหมวดหมู่ของบล็อก: อื่นๆ

     จากการเก็บรวบรวมข้อมูล การทำสวนยางแบบผสมผสาน (ไผ่ในสวนยาง) บนพื้นที่ 5 ไร่ ต้นยางอายุ 12 ปี ปลูกไผ่กิมซุงเต็มทั้งแปลง อายุกอ 9 ปี บริหารจัดการแปลงแบบคนจน!...ยึดหลักการพึ่งพาตนเอง! ด้วยการน้อมนำศาสตร์พระราชามาปรับประยุคต์ใช้กับการจัดการแปลง


     เริ่มเก็บข้อมูล ตั้งแต่ 1 มีนาคม 2561 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2562 สามารถวิเคราะห์และสรุปข้อมูลออกเป็นส่วน ๆ ได้ดังนี้


 


     1. การทำสวนยางแบบผสมผสาน (ไผ่ในสวนยาง) บนพื้นที่ 5 ไร่ ในปี 2561 ให้รายได้มวลรวม 489,483 บาท


 


     2. รายได้มวลรวมต่อเดือนเฉลี่ย อยู่ที่ 40,790 บาทต่อเดือน


 


     3. 74.4 เปอร์เซ็นต์ ของรายได้มวลรวม เกิดเป็นรายได้เข้าสวนเรียบร้อยแล้ว
อีก 25.6 เปอร์เซ็นต์ อยู่ในรูปของการออมและการลดค่าใช้จ่ายที่จะเกิดเป็นต้นทุน


 


     4. สัดส่วนรายได้ที่เยอะที่สุดได้มาจากไผ่ คิดเป็น 29.2 เปอร์เซ็นต์


 


     5. รายได้เข้าสวนที่เป็นตัวเงิน เฉลี่ยอยู่ที่ 30,368 บาทต่อเดือน


 


     6. ต้นทุนในการจัดการสวนไผ่อาบู อยู่ที่ 13,869 บาทต่อไร่ต่อปี


 


     7. บวกลบคูณหารแล้ว การทำสวนยางแบบผสมผสาน (ไผ่ในสวนยาง) ให้รายเหลือ 84,027 บาทต่อไร่ต่อปี
โดยรายเหลือจากการทำสวนยางแบบผสมผสาน มีค่ามากกว่าการทำสวนยางเชิงเดี่ยวถึง 21 เท่า


 


     8. การน้อมนำศาสตร์พระราชามาปรับใช้กับสวนยาง 5 ไร่ ช่วยให้พื้นที่ 5 ไร่มีรายได้เพิ่มขึ้นทุกปี แม้จะเป็นช่วงที่ราคายางพาราตกต่ำก็ไม่กระทบ


 


     ท่านใด หรือ หน่วยงานใด ที่มีความสนใจ ต้องการจะเข้ามาศึกษาเรียนรู้ ทางสวนไผ่อาบูถ่ายทอดความรู้ฟรีนะครับ


ติดต่อ เฟสบุ๊คสวนไผ่อาบู ได้เลยครับผม

มุมมองจากคนปลูกผักไปยังธุรกิจ

บ้านสวนพอเพียง - 25 กุมภาพันธ์, 2019 - 15:04
Keywords: งานเกษตรอีสานใต้น้ำเต้าเซียนพิลังกาสาหมวดหมู่ของบล็อก: พืชผัก

มุมมองที่ได้ตรงปี2562

เดี๋ยวมาต่อนะ

ผลผลิตรอบสวน

บ้านสวนพอเพียง - 19 กุมภาพันธ์, 2019 - 11:10
Keywords: ทุเรียนมังคุดหมวดหมู่ของบล็อก: อื่นๆ

   สวัสดีครับพีน้องบ้านสวน ไม่ได้เข้ามานาน2ปีคิดถึงครับสภาพสวนก็คงเหมือน ๆเดิม

ผลไม้เพิ่งเริ่มออกนานมาทีอาจจะผิดพลาดบ้างต้องขออภัยนะครับ

 

ทุเรียนรุ่นแรกของสวน

 

มังคุดไม่ได้ใช้สารเคมีอะไรผิวอาจจะไม่สวยนัก

 

ดอกทุเรียน

 

เงาะโรงเรียนพอมีกิน

 

 และผลผลิตรอบบ้าน

 

 ภาพเยอะหน่อย ขอบคุณบ้านสวนพอเพียงครับ

อัพเดทชีวิต เมื่ออกจากงานประจำ

บ้านสวนพอเพียง - 16 กุมภาพันธ์, 2019 - 23:34
Keywords: ลาออกจากงานหมวดหมู่ของบล็อก: เศรษฐกิจพอเพียง

สวัสดี เพื่อนพี่น้องสมาชิกบ้านสวนทุกท่าน กะว่าจะ มาอัพเดทชีวิต เป็นระยะ สืบเนื่องจากพี่บัว ริมสวนยาง มาตามถึงบ้าน(บล้อก)555ว่าช่วยมาส่งข่าวกันบ้าง เด๋วพี่เค้าจะน้อยใจ ไม่ค่อยมีใครมามาทักทายกัน มัวแต่ก้มหน้าก้มตา ปลูกพืชผัก เลี้ยงสัตว เลี้ยงปลา ง่วนๆทั้งวันพอพลบค่ำ อากาศเย็นๆลมธรรมชาติพัด ก้เกิดอาการหนังตาจะปิด ชีวิตคนชนบท หรือเกษตรกร ิอกกำลังกนักเบา ทั้งวัน กลางคืนมันหลับสบายจิงๆค่ะ เหมือนจะออกจะตัวแทนสมาชิกท่านอื่นที่ห่างหายไป555

ตอนนี้ไก่เริ่มไข่แล้วพอกินพอขายได้ เนื่องจากไข่สาวใบเล็ก กินวัน2-3ฟองเลย555 ลวกบ้าง ต้มบ้าง มีถั่วฝักยาวกินด้วย กรอบ สด รสชาดมันดีจิงๆผัก ไข่ที่เรามีเอง กับอากาศที่ยังเป็นธรรมชาติอยู่ ถึงแม้จะมีฟารมหมู ใกล้ พอให้ได้กลิ่นบ้างบางครั้ง 555 แต่ก้อถือว่าอากาศจากต้นไม้ ใบหญ้าบ้าง คือความสุขที่หาไม่ได้ในเมืองใหญ่ ถึงแม้ว่า เราต้องแลกกับการสูญเสียเงินเดือนประจำก้อนใหญ่ไป แต่มันก้อคุ้มกับสุขภาพ และใจ 

ชีวิตยังต้องหารายรับอยู่ แต่ก้อแค่ต่อสู้กับจิตใจตัวเอง เพิ่มความขยัน มีกิจกรรมทำทั้งวัน ฝึกลดกิเลส ไม่มีความฟุ่มเฟือย มีแต่ความคุ้มค่า มีแต่ความฝันที่ต้องลงมือทำด้วยตัวเราเอง ไม่มีเวลาเข้างาน เลิกงาน ที่คนอื่นกำหนดให้ มีแต่เราที่ต้องมีวินัยด้วยใจของเราเองเท่านั้น 

ใหม่ๆจิตใจยังแกว่งอยู่บ้างกับการปรับตัวกับวิถีชีวิต ตอนนี้มั่นใจว่าเรามาถูกทางแล้ว ชีวิต เวลา เป็นของเรา ออกแบบชัวิตเราเอง นั่นคือสิ่งที่ดีที่สุด ซึ่งหลายๆคนอยากจะมี นี่คือโอกาสที่เราจะทำให้มันเป็นจริง ก้าวต่อไป^^

รสชาติฝรั่งที่หวลคืน

บ้านสวนพอเพียง - 11 กุมภาพันธ์, 2019 - 11:48
Keywords: ฝรั่ง เกษตรอินทรีย์ ไร่สุโขทัยนี้ดีหมวดหมู่ของบล็อก: ผลไม้

 “เมื่อครั้งที่ผมมีโอกาสเดินทางไปยังโครงการชั่งหัวมัน บริเวณด้านข้างโครงการฯ จะมีสวนของสมเด็จพระเทพฯ และติดกันจะมีสวนของคุณลุงท่านหนึ่ง (แกบริจาคที่ดินให้สมเด็จพระเทพฯ) คุณลุงทำสวนเกษตรอินทรีย์ หลังจากเดินเยี่ยมชมสวนคุณลุงได้พักหนึ่ง ระหว่างนั่งสนทนาคุณลุงได้นำฝรั่งมาเฉาะให้กิน ถึงแม้รูปทรงสีสรรจะไม่สวยแต่รสชาติเยิ่ยมมาก ๆ สิ่งที่ผมจะบอกคือนับจากวันนั้น (เกิน 5 ปี) ผมไม่เคยได้ทานฝรั่งที่รสชาติดีเช่นนั้นอีกเลย ฝรั่งที่ซื้อจากร้านค้าหรือตลาดรสชาติไม่ถูกปากเลย จนวันนี้วันที่ได้ทดลองปลูกฝรั่ง (เกษตรอินทรีย์) เพื่อทานเอง และแล้วรสชาติฝรั่งลูกนั้นก็หวลกลับคืนมา”

“หากการค้นหานักร้องเสียงดี คือการปิดตาแล้วใช้ประสาทหูรับฟังความไพเราะจากน้ำเสียง การค้นหารสชาติผักผลไม้ที่ดีปราศจากอคติ (Bias) ก็คือการหลับตาแล้วใช้ประสาทลิ้นสัมผัสเพื่อรับรู้รสชาติ ก็น่าจะเป็นวิธีที่ถูกต้อง”

(หมายเหตุ ต้องขอบอกเพื่อนสมาชิกบ้านสวนทุกท่านว่า ผมยังไม่ได้ยึดการเกษตรเป็นอาชีพเพื่อหาเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องคำนวณเศรษฐาสตร์ ความคุ้มทุนใด ๆ ทั้งสิ้น ทำเพราะใจรักและอยากทานผลผลิตที่ดีเพียงเท่านั้น คงไม่สามารถนำไปเปรียบเทียบกับเกษตรกรที่ผลิตเป็นอุตสาหกรรมครับ)

สวัสดีปีใหม่ 2562 (Happy New Year 2019)

บ้านสวนพอเพียง - 14 มกราคม, 2019 - 17:07
Keywords: ย้อมผ้าธรรมชาติ ตำข้าวสารกรอกหม้อ ผักสลัดหมวดหมู่ของบล็อก: อื่นๆ

สวัสดีปีใหม่ 2562 เพื่อนสมาชิกบ้านสวนพอเพียงทุกท่านครับ ปีนี้ก็ขอให้เพื่อนสมาชิกทุกท่านมีความสุขเหมือนเช่นทุก ๆ ปีที่ผ่านมาครับ คิดหวังสิ่งใดก็ขอให้มุ่งมั่นทำแล้วจะสมปราถนาครับ (ถึงผมไม่สามารถประทานพรได้แต่สิ่งที่ทุกคนควรทำก็คงต้องเป็นเช่นนั้น) และอีกอย่างที่ขาดไม่ได้คือรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง สุขภาพใจสดชื่นแจ่มใส รับสิ่งใหม่ ๆ ที่จะเข้ามาเยือนในทุก ๆ วัน

ไร่สุโขทัยนี้ดี (ไร่นี้มีแต่ความสุข) เรายังคงพัฒนาต่อไปเรื่อย ๆ ครับ ขณะนี้ได้เพิ่มกิจกรรมย้อมผ้าธรรมชาติ (คราม) และกิจกรรมตำข้าวสารกรอกหม้อครับ

กิจกรรมย้อมผ้าธรรมชาติจากคราม เนื่องด้วยคุณแม่บ้านมีความสนใจเรื่องผ้าเป็นทุนเดิม เราเลยได้ไปดูการย้อมผ้าทั้งจากต้นฮ่อมและต้นคราม (น่าเสียดายที่ปัจจุบันการปลูกต้นฮ่อมน้อยลงมากเนื่องด้วยต้องปลูกในที่อากาศเย็นบริเวณเชิงเขา ปัจจุบันพอมีปลูกบ้างตรงรอยต่อระหว่าง อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัยพื้นที่บริเวณติดต่อกับ จ.แพร่) สำหรับต้นคราม (พืชที่ค่อนข้างทนแล้งได้ดี) ปลูกมากที่จังหวัดสกลนคร ส่วนตัวก็นำเมล็ดครามมาปลูก ณ ไร่สุโขทัยนี้ดีเช่นกันครับ พืชทั้งสองชนิดให้สีครามที่เราสามารถนำมาย้อมผ้า (ย้อมเย็น) ครับ

ต้นคราม

ต้นฝ้าย

กิจกรรมย้อมผ้าครามก็เป็นการแนะนำให้ผู้เข้าร่วมได้เข้าใจกระบวนการเกิดสีครามและนำมาย้อมผ้าฝ้ายธรรมชาติ ซึ่งก็มีผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าเช็ดหน้า เสื้อเป็นต้น เทคนิคการพับผ้าก่อนย้อมเพื่อให้เกิดลวดลายตามที่ต้องการ ภาษาญี่ปุ่นที่นิยมเรียกกันคือ ชิโบริ โดยการใช้อุปกรณ์พื้นฐานอาทิ วงยาง ไม้ไอติม ลูกปัด ฯลฯ เพื่อให้เกิดลวดลายตามที่จินตนาการ  กิจกรรมนี้ตั้งใจให้ผู้เข้าร่วมได้ใช้เวลาว่างทำกิจกรรมด้วยตนเอง (DIY Do it yourself) และเกิดจินตนาการ แต่มากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ เห็นผ้าตัวอย่างที่ย้อมแล้วอยากจะซื้อแทน ส่วนมากเป็นนักท่องเที่ยวจากกรุงเทพซึ่งอาจจะมีเวลาน้อย ผมคงต้องหาวิธีทำชุดสำเร็จไว้ขายบ้างแหมือนกัน

กิจกรรมตำข้าวสารกรอกหม้อ หลังจากที่ได้ทดลองปลูกข้าวมาเป็นปีที่ 3 ผมเลยทดลองหาเครื่องสีข้าวเล็ก ๆ มาใช้สีข้าวกล้องทานเองครับ เครื่องขนาดเล็กก็ทำงานได้ตามศักยภาพที่เพียงพอแก่การสีทานเองในครัวเรือน (ข้าวสารเมล็ดอาจไม่สวยมากแต่แกลบสวยมากครับ 555) และเมื่อเห็นเช่นนั้นจึงได้นำมาใช้สาธิตการสีข้าวให้แก่เด็ก ๆ ครับ ผมก็พยายามปลูกฝังให้เด็ก ๆ เห็นคุณค่าของข้าวที่ชาวนาปลูก ขอให้เด็ก ๆ ทานข้าวให้หมดจานเป็นใช้ได้ครับ

ช่วงปีใหม่-วันเด็กก็มีเพื่อนฝูงมาเยี่ยมเยือนบ้าง  คิดอะไรไม่ออกก็หาผลผลิตจากในไร่ฯ ไข่ กล้วย มะละกอ ผักสลัดให้ทานกันสวัสดีปีใหม่อีกครั้งครับ

สูตรลับการตอนกิ่งผักหวานป่า สวนจันทร์คูณ

บ้านสวนพอเพียง - 2 มกราคม, 2019 - 16:24
Keywords: สูตรลับการตอนกิ่งผักหวานป่าหมวดหมู่ของบล็อก: ความรู้เกษตร

หายไปนานเลยทีเดียวครับ กลับมาทั้งทีจัดหนักจัดเต็ม นำความรู้จาก สวนจันทร์คูณ มาแชร์ให้เพื่อนๆ ได้อ่านกัน

เผื่อใครยังยังไม่อ่าน

#ขั้นตอนการตอนกิ่งผักหวานป่าของสวนจันทร์คูณ

 

1.เริ่มจากการหากิ่ง (กิ่งต้องมีลักษณะขาวนวล ไม่อ่อนไม่แก่จนเกินไป) และมีแขนง 2 แขนงขึ้นไป เมื่อได้กิ่งแล้วเราก็เราควั่นกิ่ง 


2.การควั่นกิ่ง ต้องควั่นห่างจากใต้ตาประมาณ 2 นิ้วครึ่ง ขูดเนื้อเยื้อหุ้มกิ่งออกให้หมด หากขูดไม่หมดกิ่งจะกลับมาประสานกันเหมือนเดิม ทำให้รากไม่

ออก แต่ต้องระวังอย่าให้โดนท่อน้ำเลี้ยง ไม่งั้นกิ่งจะแห้งตายครับ หลังจากควั่นกิ่ง ให้ผึ่งแดดไว้ประมาณ 5 – 7 วัน เพื่อให้กิ่งตอนเกิดความอยากอาหาร


3.เมื่อผ่านไป 5-7 วันแล้ว ให้ทาน้ำยาเร่งรากที่บริเวณที่ควั่นกิ่ง อาจจะผสมสีอาหารไปในน้ำยาเร่งรากด้วย เพื่อให้ทราบว่า กิ่งไหนที่ทาน้ำยาเร่งรากแล้ว

 

 


4.จากนั้นให้นำตุ้มกิ่งตอนที่เตรียมไว้ หุ้มตุ้มกิ่งตอน โดยการใช้มีดกรีดตรงกลางถุง จัดตำแหน่งตุ้มให้อยู่ตรงกลาง จากนั้นใช้เชือกฝางรัดให้แน่น ทั้งด้านบนและด้านลง อาจจะแยกสีเชือกฝากด้วย เพื่อให้ทราบว่า กิ่งแต่ละกิ่งตอนในช่วงเดือนไหน


หมายเหตุ : รดน้ำทุกวันสม่ำเสมอ กิ่งตอนจะใช้เวลา 2-3 เดือน ในการออกราก ไวสุด 1 เดือนครั่งถ้าดูแลดีๆ (กิ่งตอนที่พร้อมตัด ต้องมีรากสีเขียวให้เห็น 3 เส้นขึ้นไป)

#สูตรลับส่วนผสมในการตอนกิ่งผักหวานป่า 
-->อัตราส่วนผสม
-ขุยมะพร้าวแช่น้ำไว้ 2 สัปดาห์ = 2 ถุงปุ๋ย
-ปุ๋ยมูลไส้เดือน = 1 ถุงปุ๋ย
-น้ำยาเร่งราก = 100 cc.
-กะปิแท้ = 100 กรัม เนื่องจากมีไคโตซาน
-เครื่องดื่มชูกำลัง = 1 ขวด

-->วิธีการ 


1.ผสมทุกอย่างให้เข้ากัน แล้วทิ้งไว้ 1 คืน 

 


2.บรรจุใส่ถุงเล็กหรือใหญ่ ขึ้นอยู่กับขนาดกิ่ง 

 


3.รัดปากถุง เตรียมหุ้มกิ่งตอน 

 


เห็นไม่ละครับว่าไม่ยากเลยสำหรับการตอนกิ่งผักหวานป่า ขอให้รู้ข้อมูลที่แท้จริง เราก็สามารถตอนกิ่งเพื่อปลูกหรือชำขายกันได้แล้ว หรืออาจจะตอนกิ่งขายเหมือนผมก็ได้ ซึ่งสามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำเลยทีเดียว ครั้งต่อไป ผมจะมานำเสนอ “ดูแลผักหวานป่ายังไง ให้มียอดขายได้ตลอดทั้งปี”

 

#ผักหวานป่าสวนจันทร์คูณ
*ท่านใดสนใจศึกษา #วิธีการปลูก#การดูแลรักษา#การเก็บเกี่ยวอย่างไรให้ยอดออกทั้งปี ของ #ผักหวานป่า ท่านสามารถเข้ามาเรียนรู้ได้ #ฟรี‼ ที่ สวนจันทร์คูณ #ไม่มีค่าใช้จ่าย พิกัดอำเภอบ้านหมอ จังหวัดสระบุรี

 

เขียนโดย  : ผักหวานป่า สวนจันทร์คูณ

เผยแพร่เพิ่มเติมโดย : เครื่องมือเกษตรเงินล้าน

Subscribe to โรงพยาบาลภักดีชุมพล ตัวดึงฟีด